เมล็ดพันธุ์พืชพิฆาต สิทธิหรือความชอบธรรมของบริษัทข้ามชาติ อีเมล
ที่มาภาพจาก http://emergent-culture.com/มอนซานโต้ เป็นบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพของโลก และเป็นผู้บุกเบิกในการเพาะเมล็ดพันธุ์พืช โดยใช้เทคนิคด้านวิศวพันธุกรรมเติมสายพันธุกรรมที่มีคุณสมบัติพิเศษเช่น ทนทานต่อแมลงที่เป็นศัตรูพืชหรือสารเคมีที่ออกฤทธิ์ฆ่าวัชพืช เข้าไปในเมล็ดพืชซึ่งทำให้เมล็ดพืชเหล่านี้มีคุณภาพดีเยี่ยม แต่ก็มีราคาแพง

นอกจากเกษตรกรจะต้องยอมจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ในราคาแพงแล้ว ยังต้องทำสัญญายอมรับเงื่อนไขว่า เมื่อนำเมล็ดที่ซื้อจากมอนซานโต้ไปปลูกจนออกดอกผลแล้ว จะไม่นำเมล็ดจากต้นที่ตัวเองปลูกขึ้นมาไปปลูกในฤดูกาลถัดไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกษตรกรต้องกลับไปซื้อเมล็ดพันธุ์จากมอนซานโต้ทุกปี ทำให้มีรายได้อย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขนี้จะมีประโยชน์ต่อบริษัทก็ต่อเมื่อ เกษตรกรปฏิบัติตามสัญญาโดยเคร่งครัด ซึ่งเป็นเรื่องยากแม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

เมื่อควบคุมเกษตรกรโดยสัญญาไม่ได้ มอนซานโต้ก็คิดค้นการควบคุมด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ........
Add a comment
 
แม่ทำอะไรบ้างหนอ อีเมล
เขียนโดย ศรีบูรพา   

เมื่อลูกร้อง บางทีพ่อบ่นว่ารำคาญใจจริง แล้วก็ย้ายไปนอนเสียในห้องอื่น แต่แม่จะอุ้มลูกขึ้นกอดไว้กับอก ปลอบและให้กินนม แม่จะไม่หลับจนกว่าลูกจะหลับไปก่อนและแม่จะตื่นพร้อมกับลูกทุกครั้ง ความง่วงจะหายไปหมดเมื่อได้ยินเสียงลูกร้องไห้อีก และถ้าพ่อต้องตื่นขึ้นมาในเวลานั้น แม่ก็อาจจะพลอยถูกดุ ว่าทำไมไม่จัดการให้ลูกหยุดร้องไห้เล่า พ่อจะบ่นต่อไปว่า เสียงลูกร้องทำให้พ่อนอนไม่สบาย หลับไม่เต็มตื่นและพรุ่งนี้พ่อก็จะต้องไปทำงาน

แต่แม่จะอุ้มลูกขึ้นมา กอดไว้กับอก ปลอบและให้กินนม จนกว่าลูกจะนอนหลับไป

พ่อบอกว่าต้องหลับให้เต็มตื่น เพราะรุ่งขึ้นจะต้องไปทำงาน และเมื่อพ่อตื่นนั้น อาหารเช้าได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว และอาหารนั้นแม่เป็นคนทำ
ท่านผู้เดียวกันนี้ เมื่อยังเป็นเด็ก ต้องรับใช้แม่ ต้องดูแลเลี้ยงน้อง ต้องคอยห้ามน้องไม่ให้ส่งเสียงอึกทึก เพราะพี่ชายของหล่อนกำลังนอนอยู่ และพี่ชายจะต้องได้นอนให้เต็มตื่น เพราะพรุ่งนี้จะต้องไปโรงเรียน

Add a comment
 
we change | ทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลงโลกให้น่าอยู่ได้ด้วยกันทั้งนั้น อีเมล
เขียนโดย จุ๋งจิ๋ง   

ดูทีวี? ชอปปิ้ง? กินฟาสต์ฟู้ด ดูจะกลายเป็นกิจกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวันของสังคมคนเมืองหลวงในปัจจุบันที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว? ความวุ่นวายเร่งรีบ และการแข่งjungjingขันอันแสนเคร่งเครียดไม่เคยอนุญาตให้เราได้นิ่งคิด ทบทวนถึงพฤติกรรมทั้งหลายในชีวิตของเรา? เรายังคงถูกโฆษณาและรายการต่างๆในทีวี ตอกย้ำว่าเรายังไม่ดีพอ? เรายังเชื่อว่าการชอปปิ้งคือความสุข การซื้อจะช่วยเติมเต็มให้ชีวิตเราดีขึ้น? และเรายังพอใจบริโภคอาหารขยะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะมันคือความสะดวกรวดเร็ว ที่ชีวิตของเราทุกคนต่างเสพติด? โดยไม่รู้สึกว่า สิ่งเหล่านี้ได้พาเราห่างเหินจาก ?คุณค่า? ที่แท้จริงในตัวเรามากแค่ไหน

Add a comment
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 7 จาก 30
แบ่งปันเรื่องนี้ใน facebook

[ บล็อกดีๆ มีไว้แบ่งปัน ]

News image

Project 1 :: ปากกากระสือ

D.I.Y. : Do It Yourself เป็นชื่อของสิ่งประดิษฐ์ การซ่อมแซม รวมไปถึงแนวคิด (และอีกหลายอย่างมากกว่านั้น) ซึ่งเน้นการ "ทำเอ...

30.gif

Login






โพสต์ล่าสุด
เรามี 38 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ปฏิทินกิจกรรม

<<  มีนาคม 2010  >>
 จั  อั  พุ  พฤ  ศุ  เส  อา 
  1  2  3  4
11121314
15161718192021
22232425262728
293031    
เป็นเว็บไซท์สื่อรณรงค์เรื่องกินอาหารเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก tonkla_b
seubsan_bfuse_b
change_action_bngothai_b
coolswop_bilaw_b

Turn off TV Turn on life

พิษภัยจากทีวี

คลื่นที่แผ่ออกมาจากทีวีมีความเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ภูมิคุ้มกันบนผิวหนัง

 
การดูทีวีมากๆ ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์

 
เบาหวานประเภท 2 จากการกินอาหารแคลอรีสูงระหว่างดูทีวี

 
การดูทีวีอาจทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารช้าลงกว่าการไม่ทำอะไรเลย

 
ขาดสมาธิ เนื่องจากการพัฒนาเซลล์สมองที่ควบคุมช่วงความสนใจบกพร่อง

 
โรคออทิสซึม หรือความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษา การสื่อความหมาย พฤติกรรมอารมณ์ และจินตนาการ เกิดจากการขาดการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น

 
มีปัญหาในการนอนหลับเนื่องจากความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ของรายการทีวี

 
แสงจากทีวียับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ภูมิคุ้มกันโรคลดลง การที่เมลาโทนินลดลงอาจทำให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะเกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ดีเอ็นเอ ซึ่งทำให้เกิดมะเร็ง

 
ขณะที่การศึกษาของอิตาลีพบว่า เด็กที่ไม่ค่อยได้ดูทีวี มีระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตทางเพศสูงกว่าเด็กที่ดูทีวีบ่อย นั่นคือลดปัญหาการโตเป็นหนุ่ม/สาวก่อนวัย

 
การศึกษาระยะยาวในนิวซีแลนด์ที่ติดตามผลเด็กตั้งแต่แรกเกิด ได้ข้อสรุปว่า การดูทีวีมากเกินไปขณะเป็นเด็ก เกี่ยวโยงกับโอกาสประสบความสำเร็จทางการศึกษาที่ลดต่ำลงเมื่ออายุ 26 ปี

 

the story of stuff

The story of stuff ตอนที่ 1
ในส่วนแรก เราจะได้พบกับการอธิบายสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
เราจะได้เห็นภาพรวมขอปัญหา
The story of stuff ตอนที่ 2
ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาแรงงาน และการย้อนกลับของปัญหา
The story of stuff ตอนที่ 3
ระบบนี้อกแบบมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อทำให้ระบบเศรฐกิจวัตถุอยู่ได้
สิ่งที่ระบบปัจจุบันกระทำอยู่ นั้นก็ตอกย้ำความล้มเหลวของมัน
The story of stuff ตอนที่ั 4
เราเปลี่ยนแปลงมันได้
สิ่งที่เราทำได้ และทางออกต่างๆ