รอบสาธิต | 3 วันไม่ซื้อ กับอาสาสมัครกุ๊ก ณ หนองแขม อีเมล
เขียนโดย wechange   

ก่อนจะถึงเทศกาลไม่ซื้อ ซึ่งจัดเป็นปีที่ 3 แล้วในปีนี้ (2552) เราก็เลยหาอาสาสมัครที่สนใจทดลองการไม่ซื้ออะไรเลย 3 วัน เป็นรอบตัวอย่าง และนี่ก็คือ คุณกุ๊ก ผู้หาญกล้า ท้าทายความอยากซื้อของตัวเอง เรามาดูกันว่า ชีวิตที่ขัดขืนการซื้อของเธอเป็นอย่างไรกันบ้าง

บันทึกวันไม่ซื้อ วันที่ 1

เพราะได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ซื้อ 3 วัน ตอนแรคิดว่าจะทำไม่ได้ เพราะเราเปิดร้านขายของ ต้องซื้อของเข้าร้านสัปดาห์ละหลายครั้ง บางเจ้ามาสัปดาห์ละ 3 วัน แต่น้ำแข็งมาวันละ 3 รอบเลย (ถ้าทุกครั้งเลยว่า "ซื้อมั้ยเจ๊ ?") ก็ตั้งใจว่าจะเลือกวันจันทร์ อังคาร พุธ แต่พอเอาเข้าจริง ก็ซื้อไปโดยไม่รู้ตัวไปแล้ว 27 บาท วันนั้น(วันจันทร์)ก็เลยต้องยกเลิกไปก่อนเลยต้องมาวางแผนใหม่ โดยเลื่อนไปอีกวันหนึ่ง โดยเตรียมการซื้อสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง น้ำแข็ง กะว่าน่าจะพออยู่ได้ 2 วันสบายๆ ถ้ามันหมดในวันที่ 3 ก็บอกลูกค้าว่าน้ำแข็งหมด ลูกค้าก็อาจจะมีทางเลือกว่าไปซื้อร้านอื่น หรือเลือกที่จะไม่ใส่น้ำแข็งก็ได้

วิธีการเตรียมตัวของวันไม่ซื้อในวันแรกก็คือ เอาเงินที่มีทั้งหมดไปฝากธนาคาร และไม่เอาเงินไปที่ทำงานเลยแม้แต่บาทเดียว ขี่จักรยานไปทำงาน ข้อดีของการไม่พกเงินไปเลยก็คือ

เราปฏิเสธการซื้อได้โดยสุจริต โดยไม่ต้องโกหก เพราะเราไม่มีเงินจริงๆ และในกรณีที่เราอยากซื้อมากๆ หรือเผลอใจไป เราก็ไม่มีตังค์จ่าย ก็เป็นอันว่าซื้อไม่ได้โดยปริยาย แต่มันมีสินค้าที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน คือการสั่งซื้อสินค้าจากแคตตาล็อค ก็ไม่ต้องจ่ายเงิน ก็เลยรู้สึกผิดกติกานิดๆ เลยใช้วิธีการปรึกษาเพื่อนก่อน เพื่อนเลยแนะนำว่า ถ้าอยากได้ของแถม ก็ไว้ไปซื้อของแถมโดยตรงเลยดีกว่า ซึ่งก็จริงของเพื่อน สรุปเลยไม่ได้สั่งซื้อ

แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ อาจจะเกิดอารมณ์อยากซื้ออีก เพราะพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะสั่งซื้อได้ในราคาพิเศษ ถูกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าพรุ่งนี้นะคะ ว่าน้องกุ๊กจะอดใจได้หรือเปล่า

พอเราไม่ซื้อ เราก็จะพึ่งคนอื่นมากขึ้น อย่างเช่น มื้อเช้า และกลางวัน คุณสามีก็ไปซื้อผักจากตลาดมาเป็นเสบียงไว้ให้ แถมยังทำให้กินด้วย

มื้อเย็นเพื่อนร่วมงาน(น้องทราย)จะกินมาม่า พอรู้ว่าเราซื้อไม่ได้ ก็จะแบ่งให้กิน เราก็เลยได้กินฟรี ไม่ต้องเสียตังค์ ได้น้ำใจ ได้มิตรภาพ ได้ความเห็นใจ...

วันนี้มันก็... พอเรารู้ว่าเราจะไม่ใช้เงิน เราก็จะไม่อยากกินอะไรมากมายด้วย เราก็รู้สึกเกรงใจเพื่อน ไม่แย่งกิน ข้อดีก็คือ อาจจะลดความอ้วนลงมาได้ ? เพราะว่าตอนมีเงินมันซื้อง่าย

พออยากกินก็ซื้อเลย ไม่ได้ห้ามใจ คาดว่าจะผอมลง ถ้าทำกิจกรรมนี้ไปเรื่อยๆ

ขอบคุณค่ะ
กุ็ก ผู้กล้าหมายเลขหนึ่ง

วันที่ 2

วันที่ 2 เป็นไง อยากรู้เหรอ? ก็อย่างที่เห็นในคลิ๊ปวีดีโอ มันมีเรื่องท้าทาย ก็ซื้อไปแล้ว แต่เป็นการซื้อแบบได้เครดิตมาก่อน มีคนอยากให้เราซื้อเยอะแยะเลย มาในรูปแบบต่างๆ เช่น

เอาสินค้าตัวอย่างมาเสนอ เราสามารถผลัดไปวันศุกร์ ก็คือวันนี้มีถั่ว เขาเอาถั่วแผงๆ มาขาย เขาทำเองอยู่ในซอย แต่ก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเราบอกว่าเป็นวันที่เราไม่ซื้อ เขาเลยบอกว่าจะเอามาให้ดูวันศุกร์อีกที

รายที่ 2 มาในรูปแบบเซลล์ ที่เอากล่องดินสอสีมาขาย เขาก็จะมีกลยุทธว่า สัปดาห์นี้มีโปรโมชั่นนะคะ พอเราบอกไม่สนใจ เขาก็บอกว่า ถ้าสนใจเมื่อไหร่ก็โทรมานะคะ ซึ่งเมื่อเดือนก่อนก็มีมาเหมือนกัน แล้วก็พูดคล้ายๆ กัน เป็นสินค้าจากเมืองจีน คุณภาพต่ำ

แต่ก็มาตกลงปลงใจที่แม่ค้าคนที่ 3 ที่เคยซื้อของกันมาแล้วหลายครั้ง กลยุทธของเค้าก็คือ ให้นำสินค้าไปก่อนแล้วจ่ายวันหลัง แสดงความเชื่อใจและเชื่อถือ ซึ่งเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์นั้นก็ยากที่จะปฏิเสธน้ำใจ เราก็ปฏิเสธแล้วนะ ไม่ใช่ว่าจะไม่ปฏิเสธ

แล้วเรื่องที่ติดค้างไว้เมื่อวาน ที่ว่าจะเป็นวันสุดท้ายที่จะสั่งสินค้าจากแคตตาล็อคในราคาพิเศษ ซึ่งตอนนี้ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว? ก็ปิดรับการสั่งซื้อแล้ว สุดท้ายก็สำเร็จจนได้ ถ้าหากเรามีอะไรทำไปเรื่อยๆ เราก็จะลืมเรื่องที่เราคิดอยากจะซื้อ ไม่หมกมุ่นเกิน

ไม่มีอะไรแล้ว ง่วงนอน พรุ่งนี้เจอกันใหม่...

กุ๊ก

วันที่ 3 (วันสุดท้ายแล้ว...)

วันที่ 3 เราก็มองข้ามช่อตไปเลย ด้วยการคิดว่า เราจะซื้ออะไรบ้างหลังจากวันนี้ ส่วนหนึ่งเราก็เอาไปฝากเพื่อนซื้อ (ให้เพื่อนซื้อจากโปรโมชั่นพิเศษจากห้าง) และก็เตรียมรายชื่อขนมที่จะซื้อสำหรับรถขนมที่เขาจะขับเข้ามาขายที่ร้าน แล้วก็เตรียมเงินสำหรับจ่ายกับสินค้าที่เขาให้เรานำสินค้ามาก่อน แล้วก็จะเจอกับคนขายนมที่เราผลัดเขาไว้เมื่อวาน ที่เขาบอกเราว่าจะมาใหม่วันพรุ่งนี้ ... มีแต่รายการซื้อเยอะแยะไปหมด เหมือนกับอึที่อั้นเอาไว้ ใช่ว่าเราอั้นเอาไว้แล้วมันจะไม่อึ

การไม่ซื้อ 3 วันมันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพียงแต่ถ้าเราคิดจะทำแล้วมันต้องวางแผน แล้วก็ต้องมีการหักห้ามใจหลายเหตุการณ์ แล้วก็ต้องมีคนที่เป็นผู้ช่วยเหลือ และที่สำคัญคือการมีจิตใจที่เข้มแข็ง ถ้าไม่งั้นก็จะลืมเผลอ หรือไม่ก็เครียดมากกับการที่ต้องอดซื้อ

ขอบคุณที่ติดตามชม ขอให้ผู้ที่ตั้งใจจะอด ประสบความสำเร็จ
กุ๊ก


สัมภาษณ์คุณกุ๊ก

ทดลองไม่ซื้อ 3 วันแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เพราะเราเป็นคนใช้น้อยอยู่แล้ว

สิ่งที่ได้รู้เพิ่มขึ้นล่ะมีมั้ย ??

ได้ลองดูว่าสิ่งที่มันยาก สิ่งที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้ เราจะทำได้มั้ย ต้องอดใจไม่ซื้อขนม ไม่ซื้อของในแคตตาล็อค แล้วมันก็ผ่านไปได้

image_00028

หลังจากนั้น คุณกุ๊ก ได้ชักชวนน้องทราย มาลองทำบ้าง และเธอยังได้ทดลองที่จะไม่ซื้อของในวันศุกร์ เพราะว่าเป็นวันที่เซลขายของจะมาเยอะมากที่สุด เธอคิดจะใช้ข้ออ้าง "วันนี้ไม่ซื้อ" เพื่อปฏิเสธการซื้อ เพราะหลายอย่างซื้อเข้าร้านมาก็ไม่ค่อยมีคนซื้อออกไปนั่นเอง

ถ้ามีอะไรสงสัย มาถามได้ที่ ร้าน ๑๒๓๔ นะคะ

?

?


blog comments powered by Disqus
 
แบ่งปันเรื่องนี้ใน facebook
21.gif

Turn off TV Turn on life

พิษภัยจากทีวี

คลื่นที่แผ่ออกมาจากทีวีมีความเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ภูมิคุ้มกันบนผิวหนัง

 
การดูทีวีมากๆ ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์

 
เบาหวานประเภท 2 จากการกินอาหารแคลอรีสูงระหว่างดูทีวี

 
การดูทีวีอาจทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารช้าลงกว่าการไม่ทำอะไรเลย

 
ขาดสมาธิ เนื่องจากการพัฒนาเซลล์สมองที่ควบคุมช่วงความสนใจบกพร่อง

 
โรคออทิสซึม หรือความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษา การสื่อความหมาย พฤติกรรมอารมณ์ และจินตนาการ เกิดจากการขาดการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น

 
มีปัญหาในการนอนหลับเนื่องจากความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ของรายการทีวี

 
แสงจากทีวียับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ภูมิคุ้มกันโรคลดลง การที่เมลาโทนินลดลงอาจทำให้มีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะเกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ดีเอ็นเอ ซึ่งทำให้เกิดมะเร็ง

 
ขณะที่การศึกษาของอิตาลีพบว่า เด็กที่ไม่ค่อยได้ดูทีวี มีระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตทางเพศสูงกว่าเด็กที่ดูทีวีบ่อย นั่นคือลดปัญหาการโตเป็นหนุ่ม/สาวก่อนวัย

 
การศึกษาระยะยาวในนิวซีแลนด์ที่ติดตามผลเด็กตั้งแต่แรกเกิด ได้ข้อสรุปว่า การดูทีวีมากเกินไปขณะเป็นเด็ก เกี่ยวโยงกับโอกาสประสบความสำเร็จทางการศึกษาที่ลดต่ำลงเมื่ออายุ 26 ปี

 

the story of stuff

The story of stuff ตอนที่ 1
ในส่วนแรก เราจะได้พบกับการอธิบายสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น
เราจะได้เห็นภาพรวมขอปัญหา
The story of stuff ตอนที่ 2
ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาแรงงาน และการย้อนกลับของปัญหา
The story of stuff ตอนที่ 3
ระบบนี้อกแบบมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อทำให้ระบบเศรฐกิจวัตถุอยู่ได้
สิ่งที่ระบบปัจจุบันกระทำอยู่ นั้นก็ตอกย้ำความล้มเหลวของมัน
The story of stuff ตอนที่ั 4
เราเปลี่ยนแปลงมันได้
สิ่งที่เราทำได้ และทางออกต่างๆ