
เริ่มมาจากกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่ชื่อว่า จี ลี

เธอนำเอา bubble เปล่าๆ ไปติดเอาไว้ตามโปสเตอร์โฆษณาที่คิดว่าน่าจะสื่อสารอะไรได้ จากนั้นรอดูว่าใครจะมาเขียนอะไรมั้ย? แล้วก็มีคนมาเขียนข้อความลงไป บ้างก็เป็นการปล่อยมุกตลกขำๆ บ้างก็ประชดประชันโฆษณานั้น หรือบอกข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ฯลฯ เช่น...

ฉันใช้มันดาวน์โหลดหนังลามก
เธอว่ามันไม่ยุติธรรมที่เราถูกบังคับทางอ้อม ให้มองดูดโฆษณาน่ารำคาญใจเหล่านี้
ฟังดูแล้วก็รู้สึกเห็นด้วย เหมือนกันกับที่เรามีการห้ามสีกา นุ่งสั้น เผยเนินอกขาวผ่อง ไปทำบุญที่วัด เพราะจะได้บาปจากการทำให้พระหนุ่มตบะแตก จะบอกว่าเป็นพระต้องมีขันติ แต่ถ้าโดนยั่วยวนบ่อยๆ ก็ไม่ไหวเหมือนกัน
อย่าว่าแต่เรานั้น เป็นมนุษย์กิเลสหนาเตอะ จะไม่หวั่นไหวไปกับโฆษณาได้อย่างไร ดาราหน้าตารูปร่างดีๆ มาชักชวนเย้ายวนกันขนาดนั้น
ทำให้นึกถึงเพลงหลายเพลง ที่เราฟังตอนแรก ไม่เพราะเอาซะเลย แต่เพราะว่ามีโอกาสได้ยินเข้าหูบ่อย สุดท้ายก็ร้องได้ อย่างน้อยก็ท่อนฮุกของเพลงล่ะ ถูกบังคับให้ฟังจนมันรู้สึกว่า เออ มันก็เพราะดีนะ (ฮ่าๆๆ...)
พี่อ้วนเคยตั้งคำถามในวงคุยว่า เราเคยลองนับโฆษณาที่ผ่านตาเราในแต่ละวันหรือเปล่า ว่ามีกี่ชิ้น
โฆษณาทีวี ไม่ต้องพูดถึง เพราะพวกเราเป็นสายพันธู์ที่ไม่ค่อยได้ดูอยู่แล้ว
เอาแค่โปสเตอร์ print ad ตามป้ายรถเมล์ บนรถเมล์ บนทางด่วน ตามสี่แยก ฯลฯ
ก็มากมายจนตาลาย
เดี๋ยวจะมาว่ากันใหม่อีกทีว่า เราเอาเรื่องนี้มาเล่าในบอร์ดนี้ทำไม ??
ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.maketimetodesign.com/blog/20 ... by-ji-lee/
http://www.thebubbleproject.com/
http://learners.in.th/blog/vespa07/138433
http://gee832.multiply.com/journal/item/14

