we can change the world everyday

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

เชิญมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์แห่งการไม่ซื้อกันเถอะ
กฎการใช้บอร์ด
เรื่องเล่าดีๆ สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเพื่อนๆได้ ทั้งยังสามารถช่วยให้เรา ได้ใคร่ครวญชีวิตเราอย่างลึกซึ้งยิ่งนัก เชิญมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์แห่งการไม่ซื้อกันเถอะ

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

โพสต์โดย ฟองน้ำ » ศุกร์ 25 ธ.ค. 2009 9:18 pm

25 ธ.ค. 2552
วันนี้เป็นวันที่อีฉันต้องงดใช้เงินเป็นครั้งแรก อ่าหยา!! ความท้าทายมันคืบคานเข้ามาหาฉันซะแล้วสิ เช้าวันนี้ฉันด้ข้อความจากพี่ๆต้นกล้าที่ให้กำลังใจฉันสุดๆ (ขอบคุณนะจ๊ะ) สอบเสร็จฉันคิดว่าจะได้กลับบ้านซะแล้วเชียว เพื่อนฉันดันชวนไปฝั่งพระนครซะอีก แต่ไม่ได้ไปตะเวนหาร้านส้มตำอร่อยนะจ๊ะ แต่ต้องไปสัมภาษณ์ชาวต่างชาติส่งอาจารย์ก่อนจบ ม.6 (ตั้ง30 แนนไม่หักไม่หารด้วยนะ) ฉันพยายามที่จะอธิบายให้ใครๆฟังว่าฉันมาทำกิจกรรมนี้เพื่ออะไร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมรับฟังเลย และดันหาว่าเป็นเรื่องไร้สาระซะอีก อีฉันละถอดใจเลย แต่สุดท้ายเพื่อนที่ไม่เข้าใจก็ยอมออกเงินค่ารถค่าเรือและค่ากินให้ ดีใจจัง แต่กว่าจะมาวัดโพธิ์ได้ต้องนั่งรถมาลงวัดอรุณฯ เดินเลาะกำแพงวัดมาท่าเรือ เพื่อที่จะข้ามไปท่าเตียน และจุดหมายปลายทางคือ "วัดโพธิ์" ถ้าเพื่อนไม่ออกให้ฉันไม่รู้ว่าต้องทำไงเลย หน้าตาแต่ละคนก็ดุใช่เล่นเลย แค่เหลือบตามองยังไม่กล้า 55+ ถ้าใครเคยข้ามฟากตรงถ้าเตียนจะรู้ว่าสภาพเรือเป็นเช่นไร ฉันไม่อยากจะนึกภาพเลยถ้าเรือล่มจะเป็นอย่างไร (แค่ไม่ล่มก็เหมือน น้ำกระฉ่อนเต็มเรือ 55+) พอลงจากเรือได้ฉันและเพื่อนอีก2คนก็พุ่งตรงไปที่วัดโพธิ์เลยทีเดียว


รูปภาพ

ฉันกับเพื่อนต่างคนต่างไม่กล้าที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ ฉันกลัวว่านักท่องเที่ยวจะกลัวและวิ่งหนีไป 55+ ฉันกับเพื่อนเลยไปยืนหลบแดดใต้พุ่มไม้ มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เลยเดินมาถ่ายรูป พวกเขาชวนพวกเถ่ายด้วยนะ เขินจังแต่ก็ถ่าย (ตอนแรกๆก็ปฏิเสธเป็นพิธีเท่านั้นแหล่ะ ในใจอยากไปตั้งแต่ยังไม่ชวนและ 55+) ดูแล้วเหมือนคนอินเดีย คนแขกมากๆ แต่ไกด์บอกว่าพวกเขาเป็นชาวอเมริกาใต้ สำเนียงฟังไม่รู้เรื่องเลย อาจารย์ที่โรงเรียนก็อเมริกาใต้แต่ฟังชัดแจ๋วเลยนะ พวกเขาใจดีมากลย มาเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งผิวดำผิวขาว การสัมภาษณ์ฉันก็เริ่มขึ้นเมื่อไกด์เปิดช่องทางในการถามฉัน การสัมภาษณ์เป็นไปได้ด้วยดี อ่าหยา!!!!!! อยู่ดีๆฉันก็จุดลิ้นปี่ขึ้นมาอีกแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นไข้นะเนี่ย ฉันเลยทิ้งเพื่อนไปนั่งใต่ต้นไม้พร้อมทั้งสัมภาระของเพื่อนๆ นั่งเซงๆ เบื่อๆ ไม่รู้จาทำไรได้แต่ทำใจให้หายไวๆ ฉันก็เลยเอาสมุดบันทึกที่ตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวสามวันไม่ซื้อออกมาพล่ำเพ้อเรื่องราวต่างๆ มากมาย และถ่ายรูปเก็บไว้แปะในสมุดบันทึกด้วย อุ้ยตาย!!ฉันเป็นสาวน้อยท่ามกลางนักท่องเที่ยวหรือนี่ รอบตัวฉันมีแต่นักท่องเที่ยวหลากหลายภาษามาก ข้างๆฉันเลยสงสัยจะมาจากฝรั่งเศส สำเนียงไม่ต่างจากประเทศเพื่นบ้านเราอย่างเขมรเลยนะ การแต่งกายมีตั้งแต่ใส่เสื้อยืดกลางเกงเลรองเท้าแตะ ไปจนถึงใส่สูทเลยนะ นี่ฉันอยู่ท่ามกลางนานาชาติเลย คนที่ใส่สูทตลอกดีอ่า หน้าตาเหมือน มิสเตอร์บีนเลย อุ้ย!! คนที่เดินมานั่งข้างๆฉันหล่อเหมือน "ทอม คูทส์" เลย ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเป็นชาวอินเดียกัน ตกใจมากเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมาจากการเขียน นักท่องเที่ยวจำนวนมากพุ่งตรงมาที่ฉัน หรือว่าฉันกำลังจะถูกคุกคลามจากนักท่องเที่ยวหรือนี่ อุ้ยไม่นะ!!! แล้วพวกเขาก็เดินเลยฉันไป ทุกคนต่างมุงดูอะไรข้างหลังฉัน "ปลา" ฉันได้แต่คิดในใจว่า ที่บ้านไม่มีปลาหรอจ๊ะ สงสัยไม่เคยเห็นปลาในบ่อน้ำเน่านะ 55+ ก็ฉันนั่งที่ขอบบ่อปลาใต้ต้นไม้ ฉันนั่งตั้งนานก็พึ่งรู้ว่าข้างหลังมีปลา ขำตัวเองเป็นบ้าเลย จากที่ฉันทิ้งเพื่อนสงสัยตอนนี้เพื่อนคงจะทิ้งฉันแล้วหล่ะ นานแล้วนะไม่มาซะที

รูปภาพ

รูปภาพ

ฉันยังรู้สึกหดหู่เวลาที่เอาแบบสัมภาษณ์มาอ่าน ตรงคำถามที่ว่า
"คุณคิดว่าเมืองไทยมีอะไรที่ทำให้คุณถึงมาที่นี่" ส่วนมากคำตอบจะเป็นพวก
"มีที่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเยอะและน่าค้นหา มีความสวยงามในตัวเอง"
ฉันยังเอามาทบทวนดูว่าขนาดเค้าเป็นคนต่างชาติเขายังยอมที่จะเสียเงินดั้งด้นมาที่เมืองไทยเพื่อที่จะดูวัด วัด และก็วัด ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจ แต่เราเป็นคนไทยแท้ๆ เรายังเที่ยวไม่ทั่วเลย แต่คิดที่จะบินออกไปนอกประเทศอย่างเดียว น่าเศร้าใจที่ประเทศไทยจะถูกคนไทยหลงลืม


เสร็จแล้ว ในที่สุดการสัมภาษณ์ก็เสร็จสิ้น ได้กลับบ้านซะที พวกเราข้ามฟากกลับไปวัดอรุณฯ เดินเลาะไปที่หอประชุมกองทัพเรือ ข้ามไปที่ "ร้านก๋วยเตี๋ยวลุง" ชื่อร้านว่า "ลุง" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่อร่อยนะจ๊ะ กินมาตั้งแต่เด็กจนโต กินเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อนเลี้ยงเช่นเคย ตอนกลับเพื่อนลืมจ่ายเงินไว้ให้ ตายและ วิกฤติอีกแล้วเรา นึกขึ้นได้ถึงเทคนิคของพวกพี่ๆ ที่ให้เอาไว้ ฉันนึกได้ว่าในสมุดบันทึกมีเงินเหน็บอยู่ 500 แบงค์ใหญ่ซะด้วย ฉันหยิบขึ้นมาจ่ายให้รถตุ๊กๆ แต่เค้าไม่มีทอนจะแลกก็ไม่ได้รถติดข้างหลังเป็นแถว วันนี้ฉันก็เลยได้นั่งรถฟรี ลั๊นลาเดินเข้าซอบบ้าน กลับมาถึงก็สลบเลยทีเดียว

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

นี่เป็นประสบกรณ์หนึ่งวันแรกของฉัน บางเรื่องก็อาจจะไม่เกี่ยวกับกิจกรรมเท่าไร แต่ฉันก็อยากที่จะบอกเล่า เก็บเอาไว้คนเดียวมันคงไม่สนุกเท่าไร อย่าท้อกับกิจกรรมนี้นะจ๊ะ สู้ๆไว้
ฟองน้ำ
 

Re: เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

โพสต์โดย mann » เสาร์ 26 ธ.ค. 2009 10:21 am

แหม..สนุกสนานใหญ่เลยนะน้องฟองน้ำ ;)
mann
 

Re: เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

โพสต์โดย ม้าลายสีชมพู » จันทร์ 28 ธ.ค. 2009 12:04 pm

ทามมายเพือนบอกว่าไร้สาระล่ะจ๊ะ :mrgreen:
ภาพประจำตัวสมาชิก
ม้าลายสีชมพู
 
โพสต์: 9
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 01 ม.ค. 2009 12:01 pm

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันสอง)

โพสต์โดย ฟองน้ำ » เสาร์ 09 ม.ค. 2010 10:17 pm

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันสอง)
26 ธ.ค. 2552

วันนี้ดูอะไรๆจะสบายไปซะทุกอย่าง
แต่สิ่งที่คิดไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น (ชวนไปไหนอีกอ่า) ไปสำเพ็ง
แล้วฉันก็คิดว่าจะไปดีไหมแต่จะไปไงนี่ เดินก็ได้นะแต่หอบนิดหน่อย

สุดท้ายเสียงสวรรค์ก็ประทานออกมา ?เดี๋ยวขับรถไปรับแล้วไปด้วยกัน?
ฉันละยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลย

เดินอยู่ซักพักก็แปลกใจนะว่าทำไมอากาศถึงสบายไม่ร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉันก็เดินไปเลื่อยๆหวังจะไปคลองถม แต่เหตุไฉน ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ทำเอาเปียกไปทั้งตัวเลย
เห็นตัวเองแล้วก็ขำขึ้นมา ฉันได้แต่เพ้อกับตัวเองว่า ?นี่ฉันทำกิจกรรมสามวันไม่ซื้ออยู่หรือเปล่านะ?
แค่ฉันไม่ใช้เงินแค่นี้ฝนต้องตกลงมากลั่นแกล้งด้วยหรอ น่าเศร้าจริง...

ด้วยความเสียใจฉันก็หอบเสื้อผ้าไปอยู่บ้านพี่ตั้งแต่ วันที่ 25 ธ.ค. คิดว่าจะกลับวันที่ 2 ม.ค. เลย
ในกระเป๋าก็ไม่ลืมที่จะพกสมุดบันทึกเอาไปบันทึกเรื่องราวต่างๆ แต่เตือนตัวเองว่า ?อย่าใช้เงิน?
ที่จริงแล้วไม่ได้เสียใจ แค่จะไปอยู่โดยไม่ใช้เงินต่างหาก เพราะบ้านพี่ทุกอย่างแน่ตู้
ไม่ว่าจะตู้เย็นบนห้องนอนหรือห้องครัว แม้กระทั่งห้องเก็บของยังมีเสบียงที่กักตุนเอาไว้กินได้อีกหลายปี(มั้ง)

ตกเย็นก็มาเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน ทำไมชีวิตฉันมันสบายอย่างนี้
แต่ฉันมีข้อแม้กับพี่ว่า ถ้าฉันมาอยู่ฉันจะต้อง ล้างห้องน้ำให้พี่ด้วยทุกห้อง...( ?-_-)
อันนี้มันก็เศร้า เพราะมันปล่อยทิ้งไม่มีคนอยู่จนเกิดความสกปรกจนยากที่จะเยียวยา

วันนี้ทั้งวันฉันเอาน้ำยาล้างห้องน้ำทุกยี่ห้อที่มีในบ้านเทใส่อย่างไม่ยั้งแล้วปิดประตูทิ้งไว้สองวันสองคืนเลย 555+ สะใจจริง
ทั้งเชื้อโรคและแมลงตายอย่างสิ้นซาก ดูเหมือนการฆ่าตกรรมกันยังไงก็ไม่รู้นะ
ทุกเช้าแฟนพี่ก็จะเอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาแขวนไว้ที่รั้วบ้านให้ทุกเช้าเย็น
อนาถจิตตัวเองจริงกินข้าวเหนียวหมูปิ้งทุกวันเลย :roll:
แต่ก็ต้องกิน แล้วคิดในใจว่า(ของฟรี ดีกว่าซื้อเอง) 55+

การไม่ใช้เงินก็มีความสุขดีนะ
ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่ฉันมาอยู่เหมือนที่บ้านจะเป็นศาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่านะ
บ้านซ้ายก็ให้ส้ม บ้านขวาก็ให้เงาะ บ้านป้าตรงหัวมุมก็ให้กล้วย หรือว่าพวกเขาจะตื่นเต้นที่บ้านหลังนี้มีคนอยู่ 55+


ว๊าย!!! แปปเดียวก็มืดซะแล้วฉันยังไม่ได้หาอะไรสนุกทำเลย สงสัยวันนี้คงต้องนอนเอาแรงแล้วละ ฝันดีนะจ๊ะทุกคน :D
ฟองน้ำ
 

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันสาม)

โพสต์โดย ฟองน้ำ » เสาร์ 09 ม.ค. 2010 10:22 pm

เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันสาม)
27 ธ.ค. 2552

เช้าวันนี้ดูอะไรๆจะเงียบเหงาจังเลยนะ
ฉันคิดได้ไม่ถึงนาที ไอ้เด็กข้างบ้านมันก็ตะโกนซะบ้านซอยตรงข้ามที่อยู่ถัดจากบ้านฉันไปสามหลังยังได้ยินแล้ว
ตะโกนตอบกลับมา แก๊งเด็กจักรยานออกเล่นอีกแล้ว มีตั้งแต่ 6-12 ขวบเลย
แกนนำของแก๊งนี้เป็นเด็กผู้หญิงตัวใหญ่อ้วนๆ เขาเป็นลูกสาวตำรวจ เพื่อนๆในแก๊งเรียกว่า ?เจ๊?
เล่นถีบจักรยานกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า 5 โมงเย็นยังไม่เลิกกันเลย
เด็กในแก๊งอายุ 12 ยังตัวไม่ถึงไหล่เจ๊แกเลย บ้านเจ๊แกเลียงหมาบางแก้วตัวมหึมา ดุเว่อร์อ่า
ตกเย็นเจ๊แกก็จะมานั่งเล่นดนตรีไทย นั่นก็คือระนาด ซึ่งมันขัดกับบุคลิกเจ๊แกเลยจริงๆ คิดแล้วฮาประทับใจเจ๊แกจริงๆ

อ่าหยา!!! เช้านี้ไม่พ้นข้าวเหนียวหมูปิ้งอีกแล้วอ่า
ฉันเบื่อแล้วนะ วันนี้ที่บ้านมีแผนว่าจะไปซื้อต้นไม้มาทำสวนหย่อมหน้าบ้าน
ฉันก็เขียนชื่อต้นไม้ที่ยายชอบกะว่าจะซื้อใส่รถไปฝากยายซะหน่อย
แต่มานึกขึ้นได้ว่า ฉันห้ามใช้เงิน ฉันเลยเอาใบรายการต้นไม้ที่เขียนส่งให้พี่ชายของฉันแล้วบอกเขาว่า
จะปีใหม่แล้วยายเคยบ่นว่าอยากได้ ซื้อไปฝากยายหน่อยนะจ๊ะ

สรุปว่าวันนี้ฉันก็ได้ต้นไม้ไปฝากยายด้วย (แต่เงินพี่นะ)

ฉันกับพี่ๆ ช่วยกันสร้างสวนหย่อมกันสนุกสนานเชียว ทั้งขุด ทั้งตัก เจอทั้งมดทั้งแมลง
จบท้ายด้วยการห้อยถุงน้ำเกลือให้ต้นไม้ ข้างในใส่น้ำเอาไว้ให้ต้นไม้พักฟื้น ท่าทางมันจะเหี่ยวแน่ถ้าไม่ได้น้ำ

เด็กๆ ข้างบ้านต่างตื่นเต้นกับถุงน้ำเกลือคนไข้ ที่แขวนระโยงระยางอยู่ในสวนบ้านฉัน
แผนกอาหารมาแล้ว..มาพร้อมกับหม้อหุงข้าวใบโต และอาหารจานร้อนฉ่า
วันนี้พวกเรานั่งทานข้าวกันหน้าบ้านเลย ท่ามกลางมดและยุงที่หิวโซเช่นกัน
แล้ววันนี้ก็ผ่านไปแบบสบายๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลยซักบาทเดียว มีความสุขจังเลยจ้า :D

สามวันที่ผ่านมาสอนฉันได้หลายเรื่องเลย
เราไม่จำเป็นต้องไปพูดจายกยอใคร แค่เราพูดจาให้ถูกกาลเทศะเราก็สามารถไม่ต้องเสียเงินออกจากกระเป๋าเลย

เราไม่ต้องอยากได้ เราก็อยู่ได้ เวลาหลานฉันมาขออะไรที่สิ้นเปลืองจากฉัน
ฉันก็มักจะบอกว่า ?เก็บความอยากใส่กระเป๋ากลับไปคิดใหม่ที่บ้านเถอะนะ?

สุดท้ายหลานฉันก็ไม่อยากได้ เพราะความอยากมันก็แค่แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็หาย

สามวันนี้เป็นอะไรที่สนุกมากจริงๆ มันทำให้เราได้คิดได้ไตร่ตรองตัวเองได้มากขึ้น
ได้เจออุปสรรค์ที่เป็นสิ่งที่ท้าทาย เป็นเหมือนบททดสอบจิตใจว่าเราจะสามารถทำมันได้ไหม
ถ้าเรามีจุดหมายที่มุ่งมั่นและแน่นอนเราก็สามารถที่จะทำได้ และทำได้ดีเลยทีเดียว
ไม่ใช่แค่สามวันนี้เท่านั้นที่ฉันจะทำ แต่ฉันจะทำมันไปอีกเลื่อยๆ
แต่ฉันจะใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้นจริงๆ จะใช้เวลาคิดกับตัวเองให้มากขึ้น
แล้วปีหน้าเราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ

มีความสุขกับวันปีใหม่ โชคดีมีรอยยิ้มนะจ๊ะทุกคน...รักนะ จ๊วบๆ
:mrgreen:
ฟองน้ำ
 

Re: เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

โพสต์โดย mann » เสาร์ 09 ม.ค. 2010 10:25 pm

เป็นเรื่องเล่าที่สนุก และมีสาระขันมากๆ เลย

ไปเป็นนักเขียนได้เลยน้องเอ๋ย ;)
mann
 

Re: เก็บเกี่ยวมาเขี่ยคุย (วันหนึ่ง)

โพสต์โดย เพียงริน » จันทร์ 25 ม.ค. 2010 8:17 pm

ใช่เขียนดีมากเลย ชอบๆ
ภาพถ่ายก็สวยด้วย
เพียงริน
 


ย้อนกลับไปยัง เรื่องเล่าวันไม่ซื้อ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน