วันนี้เป็นวันที่อีฉันต้องงดใช้เงินเป็นครั้งแรก อ่าหยา!! ความท้าทายมันคืบคานเข้ามาหาฉันซะแล้วสิ เช้าวันนี้ฉันด้ข้อความจากพี่ๆต้นกล้าที่ให้กำลังใจฉันสุดๆ (ขอบคุณนะจ๊ะ) สอบเสร็จฉันคิดว่าจะได้กลับบ้านซะแล้วเชียว เพื่อนฉันดันชวนไปฝั่งพระนครซะอีก แต่ไม่ได้ไปตะเวนหาร้านส้มตำอร่อยนะจ๊ะ แต่ต้องไปสัมภาษณ์ชาวต่างชาติส่งอาจารย์ก่อนจบ ม.6 (ตั้ง30 แนนไม่หักไม่หารด้วยนะ) ฉันพยายามที่จะอธิบายให้ใครๆฟังว่าฉันมาทำกิจกรรมนี้เพื่ออะไร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมรับฟังเลย และดันหาว่าเป็นเรื่องไร้สาระซะอีก อีฉันละถอดใจเลย แต่สุดท้ายเพื่อนที่ไม่เข้าใจก็ยอมออกเงินค่ารถค่าเรือและค่ากินให้ ดีใจจัง แต่กว่าจะมาวัดโพธิ์ได้ต้องนั่งรถมาลงวัดอรุณฯ เดินเลาะกำแพงวัดมาท่าเรือ เพื่อที่จะข้ามไปท่าเตียน และจุดหมายปลายทางคือ "วัดโพธิ์" ถ้าเพื่อนไม่ออกให้ฉันไม่รู้ว่าต้องทำไงเลย หน้าตาแต่ละคนก็ดุใช่เล่นเลย แค่เหลือบตามองยังไม่กล้า 55+ ถ้าใครเคยข้ามฟากตรงถ้าเตียนจะรู้ว่าสภาพเรือเป็นเช่นไร ฉันไม่อยากจะนึกภาพเลยถ้าเรือล่มจะเป็นอย่างไร (แค่ไม่ล่มก็เหมือน น้ำกระฉ่อนเต็มเรือ 55+) พอลงจากเรือได้ฉันและเพื่อนอีก2คนก็พุ่งตรงไปที่วัดโพธิ์เลยทีเดียว

ฉันกับเพื่อนต่างคนต่างไม่กล้าที่จะเข้าไปสัมภาษณ์ ฉันกลัวว่านักท่องเที่ยวจะกลัวและวิ่งหนีไป 55+ ฉันกับเพื่อนเลยไปยืนหลบแดดใต้พุ่มไม้ มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เลยเดินมาถ่ายรูป พวกเขาชวนพวกเถ่ายด้วยนะ เขินจังแต่ก็ถ่าย (ตอนแรกๆก็ปฏิเสธเป็นพิธีเท่านั้นแหล่ะ ในใจอยากไปตั้งแต่ยังไม่ชวนและ 55+) ดูแล้วเหมือนคนอินเดีย คนแขกมากๆ แต่ไกด์บอกว่าพวกเขาเป็นชาวอเมริกาใต้ สำเนียงฟังไม่รู้เรื่องเลย อาจารย์ที่โรงเรียนก็อเมริกาใต้แต่ฟังชัดแจ๋วเลยนะ พวกเขาใจดีมากลย มาเป็นครอบครัวใหญ่มีทั้งผิวดำผิวขาว การสัมภาษณ์ฉันก็เริ่มขึ้นเมื่อไกด์เปิดช่องทางในการถามฉัน การสัมภาษณ์เป็นไปได้ด้วยดี อ่าหยา!!!!!! อยู่ดีๆฉันก็จุดลิ้นปี่ขึ้นมาอีกแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นไข้นะเนี่ย ฉันเลยทิ้งเพื่อนไปนั่งใต่ต้นไม้พร้อมทั้งสัมภาระของเพื่อนๆ นั่งเซงๆ เบื่อๆ ไม่รู้จาทำไรได้แต่ทำใจให้หายไวๆ ฉันก็เลยเอาสมุดบันทึกที่ตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวสามวันไม่ซื้อออกมาพล่ำเพ้อเรื่องราวต่างๆ มากมาย และถ่ายรูปเก็บไว้แปะในสมุดบันทึกด้วย อุ้ยตาย!!ฉันเป็นสาวน้อยท่ามกลางนักท่องเที่ยวหรือนี่ รอบตัวฉันมีแต่นักท่องเที่ยวหลากหลายภาษามาก ข้างๆฉันเลยสงสัยจะมาจากฝรั่งเศส สำเนียงไม่ต่างจากประเทศเพื่นบ้านเราอย่างเขมรเลยนะ การแต่งกายมีตั้งแต่ใส่เสื้อยืดกลางเกงเลรองเท้าแตะ ไปจนถึงใส่สูทเลยนะ นี่ฉันอยู่ท่ามกลางนานาชาติเลย คนที่ใส่สูทตลอกดีอ่า หน้าตาเหมือน มิสเตอร์บีนเลย อุ้ย!! คนที่เดินมานั่งข้างๆฉันหล่อเหมือน "ทอม คูทส์" เลย ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเป็นชาวอินเดียกัน ตกใจมากเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมาจากการเขียน นักท่องเที่ยวจำนวนมากพุ่งตรงมาที่ฉัน หรือว่าฉันกำลังจะถูกคุกคลามจากนักท่องเที่ยวหรือนี่ อุ้ยไม่นะ!!! แล้วพวกเขาก็เดินเลยฉันไป ทุกคนต่างมุงดูอะไรข้างหลังฉัน "ปลา" ฉันได้แต่คิดในใจว่า ที่บ้านไม่มีปลาหรอจ๊ะ สงสัยไม่เคยเห็นปลาในบ่อน้ำเน่านะ 55+ ก็ฉันนั่งที่ขอบบ่อปลาใต้ต้นไม้ ฉันนั่งตั้งนานก็พึ่งรู้ว่าข้างหลังมีปลา ขำตัวเองเป็นบ้าเลย จากที่ฉันทิ้งเพื่อนสงสัยตอนนี้เพื่อนคงจะทิ้งฉันแล้วหล่ะ นานแล้วนะไม่มาซะที

ฉันยังรู้สึกหดหู่เวลาที่เอาแบบสัมภาษณ์มาอ่าน ตรงคำถามที่ว่า
"คุณคิดว่าเมืองไทยมีอะไรที่ทำให้คุณถึงมาที่นี่" ส่วนมากคำตอบจะเป็นพวก
"มีที่ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเยอะและน่าค้นหา มีความสวยงามในตัวเอง"
ฉันยังเอามาทบทวนดูว่าขนาดเค้าเป็นคนต่างชาติเขายังยอมที่จะเสียเงินดั้งด้นมาที่เมืองไทยเพื่อที่จะดูวัด วัด และก็วัด ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจ แต่เราเป็นคนไทยแท้ๆ เรายังเที่ยวไม่ทั่วเลย แต่คิดที่จะบินออกไปนอกประเทศอย่างเดียว น่าเศร้าใจที่ประเทศไทยจะถูกคนไทยหลงลืม
เสร็จแล้ว ในที่สุดการสัมภาษณ์ก็เสร็จสิ้น ได้กลับบ้านซะที พวกเราข้ามฟากกลับไปวัดอรุณฯ เดินเลาะไปที่หอประชุมกองทัพเรือ ข้ามไปที่ "ร้านก๋วยเตี๋ยวลุง" ชื่อร้านว่า "ลุง" เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่อร่อยนะจ๊ะ กินมาตั้งแต่เด็กจนโต กินเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อนเลี้ยงเช่นเคย ตอนกลับเพื่อนลืมจ่ายเงินไว้ให้ ตายและ วิกฤติอีกแล้วเรา นึกขึ้นได้ถึงเทคนิคของพวกพี่ๆ ที่ให้เอาไว้ ฉันนึกได้ว่าในสมุดบันทึกมีเงินเหน็บอยู่ 500 แบงค์ใหญ่ซะด้วย ฉันหยิบขึ้นมาจ่ายให้รถตุ๊กๆ แต่เค้าไม่มีทอนจะแลกก็ไม่ได้รถติดข้างหลังเป็นแถว วันนี้ฉันก็เลยได้นั่งรถฟรี ลั๊นลาเดินเข้าซอบบ้าน กลับมาถึงก็สลบเลยทีเดียว



นี่เป็นประสบกรณ์หนึ่งวันแรกของฉัน บางเรื่องก็อาจจะไม่เกี่ยวกับกิจกรรมเท่าไร แต่ฉันก็อยากที่จะบอกเล่า เก็บเอาไว้คนเดียวมันคงไม่สนุกเท่าไร อย่าท้อกับกิจกรรมนี้นะจ๊ะ สู้ๆไว้

