Menu
Joomla Just for Sharing - Joomla Club Templates and Extensions
Not Buying it อีเมล
บทความwechange

จากคอลัมม์ เฮโล สาระพา (สารคดี ตุลาคม2550) 
โดย หมูอมตะ 

         จูดิท เลอไวน์ เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นจากโครงการส่วนตัว หลังจากที่เธอและแฟนตัดสินใจหยุดชอปเป็นเวลา1 ปีเต็มที่จริงการหยุดซื้อของสักปีหนึ่งอาจไม่ได้เป็นเรื่องสลักสำคัญอะไรนักหนา เพื่อนหมูฯคนหนึ่งประกาศว่า เธอจะงดซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าตลอดปีนี้ ก่อนที่จะย้ายไปใช้ชีวิตสันโดษในต่างจังหวัด นั่นเข้าใจได้ไม่ยากแต่นี่ คุณจูดิทมีอาชีพเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ แอ๊กทิวิสต์ด้านเสรีภาพและสันติภาพ เป็นผู้ก่อตั้งสหภาพนักเขียนแห่งชาติและกลุ่มต่างๆอีกหลายกลุ่ม
เธอตัดผมสั้นเกรียน และมีชีวิตแสนเก๋แบบสาวนิวยอร์กผู้มีการงานดี มีความรู้ ชอบดูหนัง ชมงานศิลปะและมีรสนิยมทางการทำและชิมอาหารจูดิท เขียนหนังสือชื่อ  Not Buying It-My Year Without Shopping  ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน หนังสือที่แปลความได้ว่า  ไม่ซื้อมันหรอก ปีงดชอปปิงของาสถานอยู่ในนิวยอร์ก อภิมหานครแห่งความเก๋และศูนย์กลางการชอปปิงของโลก จึงไม่แปลกที่เธอจะเกิดมาเป็น ?shopaholic? และยึดคติที่ว่า ?You can never have no many bags or shoe , darling? ?ที่รัก เธอไม่มีทางมีกระเป๋าหรือรองเท้ามากเกินไปหรอก จูดิทบอกว่าเมื่อคนอเมริกัน ?มีความสุข เช่นเดียวกับเมื่อเศร้า หรือ โกรธ หรือเบื่อ หรือสับสน หรือไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลย.... พวกเราชอป?

 
เธอนึกย้อนให้เห็นว่า หลังเหตุการณ์ 9-11 เพียงวันเดียว อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก  รูดอล์ฟ จูเลียนี บอกกับนิวยอร์กเกอที่ยังตกใจไม่หายให้ ?แสดงความมั่นใจ แสดงว่าพวกคุณไม่กลัว ไปร้านอาหาร ไปชอปปิง? และสำหรับคนอื่นที่อยากช่วย ? ?มาที่นิวยอร์กแล้วชอปซะ?

  ท่านนายกเทศมนตรีประกาศแบบอเมริกันแท้ๆ การชอปกระหน่ำหลังเกิดวินาศกรรมครั้งใหญ่จึงกลายเป็นภารกิจแสดงความรักชาติของคนอเมริกัน และการ ?อยู่ข้างนอกห้างร้าน? ก็ดูเหมือนเป็น ?ความไม่รับผิดชอบที่ผ่านมาคนอเมริกันถูกบอกให้เชื่อว่าตลาดหมายถึงเสรีภาพและทางเลือกของผู้บริโภคหมายถึงประชาธิปไตยอยู่แล้วแต่หลังจากเกิดเหตุ ผู้หญิงคนหนึ่งถูกฝูงชนเหยียบเพราะยื้อแย่งกันซื้อเครื่องเล่นดีวีดีลดราคาเหลือเครื่องละ 29 เหรียญ (986 บาท) ในห้างวอลมาร์ต บวกกับความสมเพชตัวเองของคุณจูดิท เมื่อชอปของในเทศกาล (น่าจะคริสต์มาส) อย่างบ้าคลั่งจนทะลุวงเงิน ขณะหอบข้างของพะรุงพะรัง และพลั้งทำมันหล่นในแอ่งน้ำเข็ง เธอจึงถามตัวเองว่า นี่คือเสรีภาพละหรือ ? นี่เป็นประชาธิปไตยใช่ไหม ? ?มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ให้ชีวิตสิ?ถ้าอย่างนั้น... ? I?m not buying it.? ชั้นไม่ซื้อมันแล้วครั้นเมื่อเธอตัดสินใจ เธอก็ไม่ได้ทำมันอย่างเล่น ๆ แค่อาทิตย์เดียวหรือแค่ 3 เดือน แต่ยิงนาวไปเลยทั้งปี 2004

 

จูดิทและแฟนตัดสินใจใช้ชีวิตตลอดปีนั้นด้วยการ ?ไม่ช้อปปิ้ง? จูดิทเคยคิดว่าตัวเองก็เป็นคนซื้อของธรรมดาๆ แต่การหยุดชอปทำให้ได้เข้าใจว่าการซื้อของมันสำคัญกับเธอไม่ใช่เล่นเธอบอกว่า ?ไม่ใช่ว่าไม่ซื้อของเลย? แต่เป็นการยอมใช้กระดาษชำระและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดยี่ห้อพื้นๆ กว่าเดิม ซื้ออาหารเฉพาะที่จำเป็น ยืมหนังสือจากห้องสมุดประชาชน (แต่ยังรับ The New York Times ไว้) ไม่ออกไปกินอาหารตามภัตตาคาร ไม่ดูหนัง ไม่ซื้อเสื้อใหม่ และตัดกาแฟสตาร์บัคที่ดื่มตอนเช้า กับดอกไม้สดจากร้านหัวมุมออกเธอกับแฟนตกลงกันว่า สบู่ ขนมปัง อาหารแมว ?ซื้อได้? ส่วนไอศกรีม กระดาษเช็ดหน้า โซดา ?งดซื้อ? กาแฟต้ม ตัดผมก็โอเค แต่ขนมปังโฟคักเซีย ซื้อได้ (ขนมปังอิตาเลียนชนิดหนึ่ง ราคาแพงกว่าขนมปังทั่วไป)   รายการของที่ ?ซื้อได้? และ ?งดซื้อ? เหล่านี้เปลี่ยนไปเรื่อย และเป็นเรื่องที่สองคนถกเถียงกันทั้งปี ซึ่งนับเป็นบทเรียนหนึ่งของโปรเจ็คต์นี้ จูดิทบอกว่า ?เส้นแบ่งระหว่างความจำเป็นและความอยากก็ช่างลื่นไหล ช่างเป็นส่วนตัวและช่างเป็นเรื่องทางวัฒนธรรมจริงๆ? จูดิทยอมรับว่าสิ่งที่เธอคิดถึงที่สุดก็คือไอศกรีม เธอคิดถึงการออกนอกบ้านไปกินอาหารเย็นในคืนฤดูร้อน การยืนอยู่ข้างนอกที่เคาร์เตอร์ไอศกรีมและกินไอศกรีม เธอคิดถึงการซื้อดอกไม้ที่ร้านหัวมุม ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อยเธอได้เข้าใจว่า ไม่ใช่เฉพาะ ?สิ่งของ? ที่เธอเคยซื้อ แต่เป็น ?ประสบการณ์? ด้วย เธอยกตัวอย่างการอ้อยอิ่งในคาเฟ่คนเดียวที่ทำให้เธอได้ครอบครอง ?ความเป็นส่วนตัวในที่สาธารณะ?  ได้นั่งดูคนผ่านไปมา ซึ่งเป็น ?ความพึงใจแบบเมืองใหญ่แท้? ในบางคราเธอสารภาพว่า รู้สึกอ่อนไหวแบบเด็กๆ นั่งสงสารตัวเอง และรู้สึกเหมือนเป็นขอทาน ?ฉันรู้สึกโง่ ที่ไม่อาจไล่ตามหนังเรื่องล่าสุดได้ ค่าที่ตัวตนของฉันเป็นพวกที่ชอบรู้มากกว่าคนอื่น ฉันเปล่าเปลี่ยวและรู้สึกเบื่อ? แต่ในที่สุด จูดิทก็ได้เรียนรู้ว่าการชอปปิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ล้วนเป็นเรื่อง ?ชายขอบ? ของชีวิต หนึ่งปีผ่านไป แม้จะไม่ได้มีเป้าหมายเรื่องการอดออม แต่เธอก็มีเงินจ่ายค่าหนี้บัตรเครดิตจำนวน 8,000 เหรียญ (272,000 บาท คิดที่เหรียญละ 34 บาท ) ซึ่งแม้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองละลายทรัพย์อย่างนิวยอร์ก

นอกจากจะได้เลิกกลุ้มเรื่องเงินๆ ทองๆแล้ว เธอบอกว่า ?พื้นที่ทางอารมณ์? ของเธอว่างเหลือเฟือขึ้น เธอทำอาหารเอง ทำคุกกกี้แจกตอนคริสมาสต์ และพบว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และครอบครัวของเธอเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ขึ้นกว่าเดิม เพราะ ? มันเกี่ยวกับการให้ ?ตัวเรา? มากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะซื้อของให้? จูดิทบอกกับนักข่าว Newsweek ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเธอคือการได้ ?เปลี่ยนจากผู้บริโภคเป็นพลเมือง... ทันทีที่คุณทิ้งบทบาทผู้บริโภค คุณก็มีเวลามากขึ้น มีพลังและมีเงินที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ ในฐานะที่เป็นพลเมือง? ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไปตลอดกาลสำหรับจูดิทล่ะ... ?ทั้งฉันและแฟนเกือบหยุดการเป็นนักชอป เพราะแรงอยาก ฉันมีสติกับสิ่งที่ซื้อและรู้ว่าฉันมีชีวิต ? ทั้งที่มีน้อยลงมาก ? และยังมีความสุขด้วย?ใครอยากรู้บ้างว่าจูดิท ?ซื้อ? อะไรเป็นอย่างแรกหลังจากภารกิจสำเร็จลง เธอออกไปเช่าหนังจากร้านมาดู 6 เรื่อง ส่วนแฟนออกไปซื้อคอตตอนบัด 1กล่อง แฟ้มบุคคลเดือนตุลาคม ของ ?หมูฯ? จึงขอปรบมือให้... คุณจูดิทเป็นแรงบันดาลใจให้ ?หมูฯ? เริ่มคิดถึงการ ?งดซื้อ? สัก 1 ปี เสียแล้วซิ  


blog comments powered by Disqus
3.gif

Comments

logo footer   We can change the world everyday.- \\(^3^)//
เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท
มาร่วมเป็นแฟน wechange555.com
ติดตามเรา
คลิ๊ปวีดีโอต่างๆ