| โลกร้อน...คนร้อนกว่า |
|
| บทความ | |||
แนวคิดในการจัดการทรัพยากร มีหลายอย่าง นี่เป็นเพียงแนวหนึ่ง ช่วงนั้น...คนกลุ่มเล็กๆ ร่วมกันรณรงค์ให้คนชั้นกลาง ประหยัดทรัพยากร ทั้งกระดาษ ถุงพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก แทบจะไม่มีให้เห็น แต่กระดาษที่ใช้ในสำนักงาน ก็ยังใช้กันเพียงหน้าเดียว และแม่ค้าจะไม่ยอมให้คุณใช้
เมื่อเปรียบกับสมัยพุทธกาล กว่า ๒๕๕๑ ปี พระพุทธองค์เคยเป็นคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเหตุไฉนท่านจึงละจากมา ทั้งๆ ที่ท่านปรารถนาสิ่งใด ท่านก็ได้รับสิ่งเหล่านั้น ขณะที่พวกเราในปัจจุบัน แม้นปรารถนาสิ่งใด จะหงุดหงิด คิดว่ายากเหลือเกินที่จะได้มันมา แต่กลับเพิ่มความอยาก ความต้องการ และให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านั้นไปตามความปรารถนา อย่างโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ราคาสองสามหมื่นบาท อยากได้เหลือเกิน มันทำงานได้หลายอย่าง แต่พอได้มาจริงๆ รุ่นใหม่ก็ออกมาอีกแล้ว หรือบางคนก็ครอบครองจนไม่มีเวลากระทั่งเรียนรู้ว่าศักยภาพการทำงานของมันมี มากขนาดไหน เพราะมัวทำงานหาเงินไปจ่ายเพื่อมันอยู่ ทำไมเราไม่ทำให้ชีวิตเป็นเรื่องเรียบง่าย มีความสุขอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องอยู่ในคอกของการทำงานนานๆ เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง โดยไม่เบียดเบียนสิ่งอื่นๆ ด้วยการบริโภคให้ลดลง ไม่ถึงกับต้องตัดให้ขาด แต่รู้เท่าทันมัน อย่างการใช้คอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ เราเปิดใช้เมื่อเราต้องการใช้มันจริงๆ แต่ไม่ใช่เปิดเพื่อรอให้เราใช้มัน คนที่อยู่ประจำสำนักงานทุกวันนี้ พยายามจะอ่านจดหมาย ข้อความผ่านจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดการใช้กระดาษ แต่การเปิดคอมพิวเตอร์ก็ใช้ หากเรามีสติและวางแผนการทำงานได้ดีพอ เราอาจจะทำงานที่ต้องใช้ความคิดและตรวจสอบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) เฉพาะช่วงเช้าหรือบ่าย จากนั้นเราอาจจะปิดมันเพื่อไปทำงานอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ ต่างเป็นเครื่องมือ แต่ไม่ใช่เจ้าเหนือชีวิตเราที่เมื่อไรเราขาดมันแล้วไม่สามารถทำงานได้ เมื่อคิดแบบนี้แล้ว เราอาจจะจัดสรรเวลาในการทำงานได้มากขึ้นรวมทั้งประหยัดได้มากขึ้น และให้คุณค่าของสิ่งของอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่มันถูกสร้างขึ้น (social construction of value) ลองฝึกมองให้เห็นคุณค่าของเทคโนโลยีหรือสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นแค่เครื่องใช้เป็นแค่สิ่งที่ช่วยให้เราทำงานได้สะดวกขึ้น อย่างโน้ตบุ๊กก็ทำให้เราไม่ต้องทนอยู่แต่ในคอกสำนักงาน มากกว่าจะเป็นตัวแสดงรสนิยมเก๋ไก๋ที่รังแต่จะเพิ่มความมี ?ตัวตน? บ่มเพาะ ?อัตตา? แก่ผู้ครอบครอง คนจำนวนมากตัดสินคุณค่า ของคนแค่ สิ่งของภายนอก แต่นั่น ยังไม่เท่ากับว่า คนเรา ตัดสินตัวเอง ว่าไม่มีคุณค่า เท่ากับคนอื่น เพียง เพราะเรา ไม่ได้ครอบครอง สิ่งของ อย่าง คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ โทรศัพท์มือถือ หรือรถยนต์ เครื่องอำนวยความสะดวก เป็นเพียง เครื่องอำนวย ความสะดวก ไม่ใช่สิ่งที่บอก คุณค่า และหากนึกถึง สิ่งแวดล้อมแล้ว เราอาจจะกลับมา ตั้งคำถามว่า ๑๐ ปีมานี้ การที่คนให้ คุณค่ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ บริโภคสิ่งใหม่ๆ แล้วขยะที่เกิดขึ้น มันไปอยู่ที่ไหน จัดการมัน อย่างไร
เพราะเราเห็นแค่ผลกระทบ แต่เราไม่เคยเหลือบตาดูว่า จอเก่าๆ โทรศัพท์มือถือ เก่าๆ ที่ใช้งานไม่ได้แล้ว มันถูกเอาไปทิ้งอย่างไร เราเพียงเห็นด้านเดียวว่าสิ่งของใหม่ๆ จะออกมาอย่างไร ในรูปแบบไหน เราจะได้หาทางซื้อมันเพื่อเป็นเจ้าของครอบครองมัน หากเป็นเช่นนี้ เราต่างหาก ที่ตกเป็นทาสของ สิ่งของเหล่านี้ คนได้ลดคุณค่าของตนเพื่อ สิ่งของเหล่านี้เท่านั้นหรือ?เป็นการบริโภคสิ่งต่างๆอย่างไม่เห็น คุณค่าในตัวของมันจริงๆ แต่กลับให้คุณค่ากับ เปลือกด้านนอก คนร้อน.....โลกเลยร้อน
|

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |