|
ทศวรรษนี้ สิ่งที่ผู้บริโภคเริ่มคำนึงถึงมิใช่แต่เพียงความต้องการของตนเองเท่านั้น แต่ยังมองก้าวข้ามไปถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย เนื่องจากมองว่าเรื่องดังกล่าวมิใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปครับ ผลกระทบจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาประชิดติดตัวทุกท่านมากขึ้นทุกที จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว
ดังนั้นกิจการต่าง ๆ จึงต้องปรับตัวเข้าหาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเช่นเดียวกัน เพราะแรงผลักดันให้กิจการต่าง ๆ ต้องมุ่งเน้นการดแลสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้นูก็หนีไม่พ้นผ้บริโภคูทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งถ้าหากผ้บริโภคที่รวมตัวกันจนเป็นมวลชนผลักดันให้ธุรกิจต้องดำเนินการ ก็คงจะูกลายเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่กิจการมองข้ามไม่ได้ทีเดียวครับ
อย่างไรก็ตาม การผลักดันด้วยพลังมวลชนนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปไม่น้อยเช่นกัน จากการดำเนินการในรูปแบบ การประท้วง โจมตี ตำหนิ ฟ้องร้อง ออกสื่อต่อต้าน ซึ่งก็เป็นในแนวทางลบ เมื่อไม่นานมานี้เริ่มมีการรณรงค์ในแนวทางใหม่ที่พิสจน์แล้วมา ทรงอิทธิพลมากกว่า สามารถสร้างแรงจงใจในการปรับตัวของกิจการได้ดีกว่า ซึ่งููคือ การผลักดันในทางบวก หรือที่มีชื่อเรียกกันในขณะนี้ว่า "แครอทม็อบ" นั่นเอง
แครอทม็อบ ถือเป็นม็อบสีแสดที่ทำการต่อส้เพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยวิถีแห่งการส่งเสริมองค์กรทีู่ทำดี มีจริยธรรมสงส่งตามเจตนารมณ์ของนักต่อสู้กลุ่มนี้โดยแครอทถือเป็นสัญลักษณ์ของความมีสุขภาพสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยสารอาหารต้านสารพัดโรค จึงถูกนำมาเป็นชื่อเรียกขานของกลุ่มรณรงค์ดังกล่าว
แครอทม็อบ มีจุดกำเนิดมาจากเมืองซานฟรานซิสโก เป็นการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีความคิดในการสร้างสรรค์สังคมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเหมือน ๆ กัน ซึ่งแทนที่จะใช้การประท้วงเหมือนในอดีต แต่จะรวมกลุ่มกันให้การสนับสนุนกับธุรกิจต่าง ๆ ที่ดำเนินงานเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม อาทิ การรวมตัวกันไปอุดหนุน ซื้อสินค้าจากแบรนด์ดังกล่าวพร้อม ๆ กัน จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไป
อาทิ ในกรณีของเชนร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโกได้ประกาศออกมาชัดเจนว่าจะกันกำไรสุทธิส่วนหนึ่ง ที่เป็นจำนวนมากพอดู มาใช้ในการปรับปรุงระบบไฟทั้งหมดของร้านค้าปลีกทั้งเชน ให้กลายเป็นระบบประหยัดไฟ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และลดการปล่อยคาร์บอนออกสู่บรรยากาศ ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของปรากฏการณ์โลกร้อนอีกต่างหาก
ดังนั้น กลุ่มมวลชนของแครอทม็อบหลายร้อยคน นัดและรวมตัวกันเพื่อมาอุดหนุนร้านค้าเชนดังกล่าว ในวันและเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดการต่อแถวยาวออกไปหลายหัวถนน พร้อมกับระบุกันว่าที่พวกตนมาอุดหนุนซื้อของในร้านเหล่านี้ ก็เนื่องจากร้านดังกล่าวมีจริยธรรม สำนึกใส่ใจในสังคมเป็นอย่างยิ่ง สมควรให้ท่านอื่น ๆ มาร่วมกันอุดหนุนเหมือน ๆ กัน ซึ่งก็สร้างภาพลักษณ์ให้กับกิจการนั้นเป็นอย่างมากด้วย

และทางร้านก็ยอมรับว่า แค่ในวันเดียวที่นัดกันมาอุดหนุนนั้น ก็ได้เงินมากพอที่จะนำไปปรับปรุงระบบไฟของสาขาร้านตนได้แล้ว ไม่นับการที่ลูกค้าอื่น ๆ ยังพากันเข้ามาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นของกิจการ
แครอทม็อบนี้ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนการกระทำที่ดี และได้ขยายกำลังคนออกไปมากกว่า 23 เมืองในสหรัฐฯ และข้ามฝั่งไปยังประเทศฟินแลนด์ และฝรั่งเศสอีกด้วย เนื่องจากผลของแครอทม็อบนี้ สามารถชักจูงกิจการต่าง ๆ ให้หันกลับมุ่งเน้นแนวคิดเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
การดำเนินการสำหรับกลุ่มแครอทม็อบนี้ ไม่ได้ต้องใช้ความพยายามหรือการลงทุนที่มากขึ้นแต่อย่างใด เพราะเงินที่ใช้ซื้อของก็เป็นเงินที่ตนต้องใช้ซื้อของจับจ่ายเป็นปรกติอย่แล้ว เพียงแต่มาซื้อในเวลาเดียวกันเท่านั้น สิ่งที่ต้องใช้หลัก ๆ ก็คือ จิตใจและความร้สึกร่วมกัน ที่จะต้องมารวมตัวกันรอคอยให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่เด่นชัดน่าสนใจนั่นเองครับ นับว่าเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอีกด้วย ที่ไม่ต้องให้แต่ละท่านต้องมาเสียเงินเสียทองเพิ่มเติม
หรืออีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจคือ แถบทวีปยุโรป ที่ปัจจุบันธุรกิจการผลิตในท้องถิ่น ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการรุกคืบของกิจการจากประเทศต้นทุนตํ่า อย่าง จีน อินเดีย เวียดนาม ฯลฯ จนเกิดการย้ายฐานการผลิตและ เอาต์ซอร์สไปยังประเทศเหล่านั้นด้วย ทำให้ธุรกิจและโรงงานในยุโรปมากมายหลายแห่ง ต้องปิดกิจการไปตาม ๆ กัน ส่งผลกระทบต่อแรงงานในท้องถิ่นอย่างมาก
เหตุการณ์นี้ แครอทม็อบก็เข้าไปมีบทบาทเช่นกันครับ โดยการรวมตัวของกลุ่มคนท้องถิ่นเพื่อรณรงค์และให้การสนับสนุนกิจการต่าง ๆ ที่ยังเน้นการผลิต การจ้างงานในท้องถิ่น และการจัดหาวัตถุดิบจากท้องถิ่นหรือภายในประเทศเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนการผลิตและราคาที่สงกว่าผลิตจากประเทศอื่นู ๆ แต่ก็นับว่านำไปส่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่น
กลุ่มชนในแครอทม็อบจึงให้การสนับสนุน ทั้งการร่วมใจซื้อสินค้า เผยแพร่ข่าวสาร สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกิจการท้องถิ่นดังกล่าว ซึ่งก็ได้ผลดีพอสมควร เพราะภาพลักษณ์สินค้าท้องถิ่นที่แม้ราคาแพงกว่า แต่ก็มักมีความมั่นใจในคุณภาพมากกว่าด้วย รวมถึงยังช่วยลดปัญหาทางสังคมอีกด้วยครับ
โครงการที่แครอทม็อบได้ดำเนินการมีอีกมากครับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมกิจการที่อนุรักษ์ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การละเมิดสิทธิ ไปจนถึง การรวมตัวต่อรองกับบริษัทด้านโซล่าร์เซลล์ เพื่อขอซื้อระบบผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ไปติดตั้งให้กับสมาชิกที่สนใจภายในกลุ่มในราคาที่ถูกกว่าปรกติ เรียกว่ามีการขยับขยายขอบข่ายการดำเนินงานกว้างขวางไปเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ยังเข้าไปถึงในอินเทอร์เน็ตแล้ว ผู้ที่อยากเข้าร่วมแต่ไม่มีเวลามากพอ ก็ยังร่วมเซ็นชื่อให้การูสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มได้ โดยได้มีหน้าจอในเฟซบุ๊กเรียบ้รอย สมาชิกทั่วโลกสามารถไปเข้าร่วมเพื่อการรณรงค์ทางบวกนี้ ได้ทุกวันทุกที่ทุกเวลา ถือเป็นการสร้างพลังมวลชนที่ยิ่งใหญ่ เพื่อโลกของเราใบนี้ที่ดีกว่า ผู้บริโภคชาวไทยก็อย่ามองข้าม มาร่วมกันพัฒนาแครอทม็อบ ม็อบที่สร้างสรรค์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม ดีกว่าก่อม็อบสร้างความเสียหายบอบชํ้าต่อประเทศชาติและสังคมครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง ม็อบนักช็อป
ที่มา : ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ | 27 ก.ค.-2 ส.ค. 52
|