| เทศกาลหนังสือของนักอ่าน ตลาดหนังสือของคนธรรมดา |
|
| ข่าว | ข่าวกิจกรรม | | |||
|
เทศกาลหนังสือของนักอ่าน ไม่ใช่เพียงพื้นที่ของการซื้อขาย แต่ยังเป็นการสร้างระบบตลาดหนังสือขึ้นมาเองของคนธรรมดาที่ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจหนังสือ เป็นพื้นที่ให้นักอ่านได้พูดคุยแนะนำกันอย่างไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจารณ์อาชีพ นอกจากได้ระบายหนังสือที่สะสมไว้?? ยังเป็นการร่วมสร้างเรื่องราวใหม่ และความสัมพันธ์ใหม่ๆ ระหว่างมนุษย์ผ่านถ้อยอักษร ร่วมจัดโดยมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร้านของเรา กลุ่ม we change เส้นทางของหนังสือหลังออกจากร้านแล้วไปไหนได้บ้าง? ?หลังงานหนังสือครั้งใหญ่ๆเรามักเลือกซื้อหนังสือจนหนำใจ บางเล่มมีเวลาได้อ่าน แต่อีกหลายเล่มรอโอกาสที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ถึงอย่างไรปลายทางของหนังสือส่วนมากแล้วก็ถูกนำไปซุกอยู่ในลังเก่าๆ? ตั้งให้ฝุ่นจับบนชั้น ขึ้นรถซาเล้ง เข้าร้านหนังสือลด 50 % หายไปไม่รู้ตัว ถูกลืม รอปลวกกัดแทะ ฯลฯ เท่ากับว่าทันทีที่หนังสือออกจากร้านคุณค่าจะถูกลดลงรวดเร็วด้วยกลไกทางธุรกิจเองและจากความรู้สึกของผู้ซื้อ
ในฐานะนักอ่านที่มีหนังสือในครอบครองจำนวนมากคนหนึ่ง ซึ่งรู้สึกเสียดายองค์ความรู้และเรื่องราวที่บรรจุอยู่ในนั้น? กิตติชัย งามชัยพิสิฐ จากสถาบันต้นกล้าและกลุ่ม we change?? ได้เริ่มขายไอเดีย ?พื้นที่ของนักอ่าน? แก่นักอ่านด้วยกัน กระทั่งต่อเนื่องเกิดเป็น ?เทศกาลหนังสือของนักอ่าน? ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 ? 21 มิถุนายน 2552 นี้ ในรูปแบบให้เจ้าของนำหนังสือมือสองของตัวเองมาขาย แลก แจก และเป็นผู้ซื้อไปในขณะเดียวกันด้วย "ส่วนใหญ่ตลาดจะเป็นการพบกันระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ แต่สิ่งที่พยายามทำกันคือสร้างพื้นที่ที่นักอ่านจะได้เจอ ได้คุยถึงหนังสือที่ชอบ เชื่อว่า 70 % ของหนังสือในงาน คนขายต้องเคยอ่านกันมาแล้ว หรือถึงจะซื้อมาเก็บก็ยังคุยกันได้ว่าทำไมเลือกซื้อมาล่ะ มันได้คุยกัน มีฐานะเป็นผู้ซื้อผู้ขายอยู่ก็จริง แต่ก็มีความเป็นคนชอบอ่านเหมือนกัน เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง เป็นอีกเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคได้พบผู้บริโภค" ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะในตลาดแบบใดพลังของผู้บริโภคไม่เคยชัดเจน ตลาดหนังสือก็เช่นกัน เนื้อหาของหนังสือที่ป้อนสู่ตลาดทุกวันนี้ นักอ่านมีส่วนกำหนดเพียงใด เราอยากอ่านนิยายเล่มนี้จริงๆ หรือกระแสรอบข้างทำให้รู้สึกว่าต้องอ่าน ต้องเลือกหยิบเล่มนี้?? อีกด้านอาจมองได้ว่าเป็นครรลองของธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะเป็นได้แค่เพียงผู้บริโภคที่เฉื่อยชาเท่านั้น เทศกาลหนังสือของนักอ่านจึงไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายหนังสือ แต่ยังแฝงมูลค่าเชิงสัญญะอื่นๆ อย่างการเป็นพื้นที่ให้นักอ่านได้พบกับนักอ่านและหนังสือโดยตรง ไม่ต้องผ่านกลไกทางธุรกิจ? ทั้งยังได้ส่งผ่านแบ่งปันเรื่องราวของหนังสือแก่กันอย่างไม่ต้องเป็นวิจารณ์อาชีพ? และลดละการสะสมลงบ้าง อย่าลืมว่าหนังสือในตอนนี้คือต้นไม้ในกาลก่อน หนังสือเล่มหนึ่งมาจากการล้มตายของต้นไม้จำนวนมาก คงดีกว่าหากจะได้ทำหน้าที่อย่างคุ้มค่า? มีข้อมูลจาการวิจัยของบริษัทผลิตกระดาษแห่งหนึ่งที่ทำไว้เมื่อ 2-3 ปีก่อน พบว่าร้อยละ 90 ของนักอ่านไทยมักเก็บสะสมหนังสือที่อ่านแล้วมากกว่าจะส่งต่อให้คนอื่นได้อ่านต่อ* (*ข้อมูลจากคอลัมน์เปลี่ยนเป็นเย็น นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 291 พฤษภาคม 2552)
เทศกาลหนังสือของนักอ่านถือได้ว่ามีต้นแบบมาจาก ?ตลาดแบ่งปัน? ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการรู้เท่าทันบริโภคนิยม ในลักษณะนำสิ่งของไม่ใช้แล้วมาแลกเปลี่ยนกันบนฐานของการให้ แต่ต้องบอกเล่าความเป็นมาของสิ่งของนั้นๆก่อนจะแลก เพื่อสร้างคุณค่าแก่สิ่งของมือสองให้มากไปกว่าการเป็นวัตถุสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์?? ในตลาดแบ่งปันสร้อยคออาจไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่คือความทรงจำของความรัก ในเทศกาลหนังสือของนักอ่าน หนังสือเล่มหนึ่งอาจไม่ใช่แค่หนังสือแต่คือบันแรงดาลใจที่พลิกเปลี่ยนชีวิตเจ้าของหนังสือไปตลอดกาล
?ตอนได้นั่งเลือกว่าจะเอาหนังสืออะไรออกมาขายก็ทำให้รู้สึกขึ้นมาว่า มันคล้ายเป็นการเปิดตัวเราด้วยว่าอ่านหนังสืออะไร เป็นคนแบบไหนถึงเลือกอ่านแบบนี้ บางเล่มที่ไม่เคยอ่านก็ได้อ่านตอนนั่งเลือกมาขายนี่แหละ อย่างเรื่องฉากและชีวิตของ วัฒน์ วัลยางกูร ทำให้เราเห็นภาพชนบทไทยมากขึ้นเยอะเลย เพราะส่วนมากอ่านแต่วรรณกรรมแปล?
ดูรูปภาพกิจกรรมเทศกาลหนังสือของนักอ่าน
|

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |