|
บริเวณหน้าทางเข้าหลักของห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม หรือบริเวณหน้าร้านแอร์เมส ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ หญิงสาวนักกิจกรรมขององค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติการต่อสัตว์อย่างมี จริยธรรม (PETA หรือ พีต้า) เปลือยร่างและวาดลวดลายสีเขียวเป็นหนังงู ชูป้ายว่า "แอร์เมส: สัตว์ทุกข์ทรมาน เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์หนังสัตว์หายาก" (Hermes: Animal Suffer for Exotic Skin) กิจกรรมของ พีต้า ต้องการท้าทายการใช้หนังสัตว์ของแอร์เมส (Hermes) และต้องการให้นักท่องเที่ยว ผู้จับจ่ายรู้ว่าสัตว์หายากถูกถลกหนังเป็น ๆ ถูกตีจนตาย หรือถูกฆ่าเพื่อเอาหนังมาทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในวิธีการที่โหดร้าย โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลาน
ทุก ๆ ปี สัตว์หลายล้านตัวต้องทนทุกข์ทรมานจากความโหดร้ายที่เหนือคำพูด ทั้งหมดทำไปเพื่อเพียงให้อุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถผลิตกระเป๋า เข็มขัด และรองเท้า
หญิงสาวที่เปลือยร่าง เธอชื่อ "แอชลี่ ฟรูโน" กล่าวอย่างสั้น ๆ ขณะเปลือยร่างนอนราบอยู่กับพื้นว่า "ฉันจะยินดีเปลือยเนื้อหนังของฉัน ถ้ามันจะช่วยรักษาเนื้อหนังของสัตว์ และจะทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าแอร์เมสจะหยุดการนำสัตว์หายากมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า กระเป๋า และสินค้าอื่น ๆ ที่ใช้หนังสัตว์ทำ โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลาน เพราะสัตว์เหล่านั้นต่างหายาก และได้ใช้วิธีการทรมาน ถูกทุบตี และโดนทำร้ายอย่างน่าทรมาน" ก่อนหน้านี้ ผู้นำแฟชั่นระดับนานาชาติ อย่างเช่น วิคตอเรีย ซีเคร็ท และเอชแอนด์เอ็ม (H&M) ได้ตกลงหยุดขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังสัตว์หายากไปแล้ว แต่ตอนนี้พีต้ากำลังเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ เช่น แอร์เมส (Hermes) เลิกขายผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์หายากเช่นกัน "แอชลี่ ฟรูโน" กล่าวว่า ในทุก ๆ ปี สัตว์หลายล้านตัวต้องทนทุกข์ทรมานจากความโหดร้ายที่เหนือคำพูด ทั้งหมดทำไปเพื่อเพียงให้อุตสาหกรรมแฟชั่นสามารถผลิตกระเป๋า เข็มขัด และรองเท้า ส่วนการที่ไนกี้ และเอชแอนด์เอ็มเลิกใช้หนังสัตว์หายากสำหรับคอลเล็กชั่นของพวกเขา เท่ากับพวกเขาได้ส่งข้อความว่าความโหดร้ายต่อสัตว์ไม่เคยเป็นแฟชั่น ในตอนนี้พีต้า กำลังเรียกร้องให้ "แอร์เมส" ถอยห่างจากหนังสัตว์หายากเช่นกัน กิจกรรมของ พีต้า หน้าห้างหรู ใช้เวลานานกว่า 40 นาทีก่อนที่ รปภ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้ามาเจรจาหยุดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมกับเตือนไม่ให้ทำแบบนั้นบริเวณหน้าห้างซึ่งเป็นสิทธิของทางห้างฯ จากนั้นกลุ่มนักเคลื่อนไหวก็ได้เก็บสิ่งของและออกจากบริเวณหน้าห้างในเวลา ต่อมา จากข้อมูลของพีต้าระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้พีต้าได้สืบสวนการค้าหนังสัตว์หายากในอินโดนีเชีย ซึ่งเป็นการสืบสวนแบบปกปิด เปิดเผยให้เห็นความโหดร้ายอันน่าสะพรึงกลัว รวมถึงการถลกหนังสัตว์เลื้อยคลานในขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ใรทุกๆ ปี สัตว์หลายล้านตัว เช่น งู กิ้งก่า ถูกลักลอบจับด้วยตาข่าย และถูกฆ่าในอินโดนีเซีย เพื่อนำหนังของพวกเขาไปทำรองเท้าบู๊ท เข็มขัด กระเป๋าถือ และสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ โดยสามารถเข้าไปดูวีดีโอได้ที่ http://petaav.com/4broadcast/indonesia_exotic_skins_investigation_PAL.htm Source : Matichon/AFP (Image)
ที่มา : http://m.voicetv.co.th/show/detail.php?id=26185
|