|
ร้านหนังสือ ชื่อหนังสือเดินทาง(passport bookshop) คงเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้าง ยิ่งสำหรับ คนแถวย่าน บางลำพู-ถนนพระอาทิตย์ ก็ร้านหนังสือเล็กๆอุ่นๆแห่งนี้ ครั้งหนึ่ง 'เคยเป็น' ส่วนหนึ่งที่กลมกลืนของถนนแคบๆสายนั้น 'เคยเป็น' กระทั่งสัญลักษณ์ ของถนนพระอาทิตย์ในความรู้สึกของใครหลายคน ที่ว่า 'เคยเป็น' เพราะตอนนี้ร้านหนังสือเดินทาง ได้ย้ายบ้านใหม่มาอยู่แถวผ่านฟ้าแล้วล่ะ ถนนผ่านฟ้า ย่านราชดำเนินนอก ไม่ไกลจากธนาคารกรุงเทพฯที่ชั้นบนเป็นหอศิลป์ พระนางเจ้าสิริกิตต์น่ะ พอจะนึกกันออกไหม
บ้านใหม่ของร้านหนังสือเดินทาง จะอยู่ฝั่งเดียวกับธนาคารกรุงเทพ ฯ คนละฝั่งกับภัตตาคารนิวออลีน หากมาจากทางผ่านฟ้าร้าน จะอยู่ทางขวามือ แต่หามาจากแยกถนนดินสอ วัดบวรนิเวศน์ จะอยู่ทางซ้ายมือ
คำว่าหนังสือเดินทาง ถ้ามองในแง่ของคนที่จัดหลักภาษา หนังสือเป็นประธาน เดินทางเป็นกริยา มันก็มีความหมายว่า หนังสือมันเดินทางได้ หรือหมายถึงหนังสือที่เกี่ยวกับการเดินทางก็ได้อีก หรือหนังสือเดินทาง ที่หมายถึง สิ่งจำเป็น (มาก) ต้องพกพาขณะเดินทางไปไหนมาไหน ซึ่งเปรียบเทียบก็หมายถึง ใครมาร้านนี้ ที่ก็จะได้อะไรบางอย่าง ที่จำเป็นมาก สำหรับเดินทาง นอกจากนี้หนังสือเดินทางยังหมายถึงพาสปอร์ต คนยังเข้ามาถามเลยว่า ร้านนี้รับทำพาสปอร์ตบ้างไหม (จากwww.manager.co.th/Travel สัมภาษณ์โดยปิ่นบุตรี)
'พี่หนุ่ม' เจ้าของร้านเปิดร้านแสนรักของเขาร้านนี้เมื่อ 4 ปีก่อน (ปี45) ฉันเคยเห็นร้านนี้ที่แต่ก่อนเป็นร้านหนังสือชื่อร้านเล็กๆ ตอนหลังเมื่อพี่หนุ่มมาทำ จึงกลายเป็นร้านหนังสือเดินทาง ซึ่งเกิดมาจากการการเป็นนักอ่าน และอยากให้วงจรชีวิต ดำเนินไป ด้วยการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ใช่กฎระเบียบของบริษัทหรือองค์กรไหน สมัยแรกๆที่เปิดร้าน(กระทั่งถึงเดี๋ยวนี้)เห็นว่าลำบากพอดู เพราะธุรกิจหนังสือไม่ได้ปรานีกับร้านหนังสือของคนรักหนังสือคนหนึ่ง การขายแทบจะไม่มีกลิ่นอายของการอ่านที่แสนเพลิดเพลินหลงเหลืออยู่เลย มันเลยเป็นเรื่องของใจรัก และการทุ่มเทอันสาหัส ที่จะ 'อยู่ให้ได้' บ่อยครั้งที่พี่หนุ่มใช้ชีวิตอยู่ที่ร้านทั้งกลางวันกลางคืน เป็นช่วงชีวิตที่หลอมรวมสิ่งที่รัก การงาน การกินอยู่ หลับนอน เข้าไว้ด้วยกันขณะที่ขายหนังสือเต็มราคาปก แต่กลิ่นอายของความเป็นกันเอง ก็หล่อเลี้ยงร้านเล็กๆมาได้จนตอนนี้ ร้านหนังสือเดินทางได้รวบรวมหนังสือไว้หลากหลาย ซึ่งผ่านการเลือกสรรมาจากพี่หนุ่มเองว่าเล่มไหน'น่าอ่าน' ทั้งนิยาย วรรณกรรมเยาวชน วรรณกรรมเพื่อชีวิตทั้งไทยและเทศ แต่ที่เด่นชัดก็อย่างที่ชื่อร้านบอกไว้นั่นล่ะ คือหนังสือเดินทาง ประเภท สารคดีท่องเที่ยวทั้งหลาย หรือหนังสือที่จะเป็น guide book ของนักเดินทางผู้รอนแรม นอกจากนี้ ยังเป็นร้านที่มีโปสการ์ดสวยๆมาแขวนไว้ให้เลือกหยิบ เผื่อวันหนึ่งจะได้ใช้มันเขียนระหว่างการเดินทาง เป็นร้านที่รับ ฝากขายหนังสือและของทำมือของคนหนุ่มสาวผู้มีฝีมือทั้งหลาย เป็นร้านที่มีกาแฟกรุ่นหอม แก่ผู้กระหาย ที่แวะมาเยือน ซึ่งพี่หนุ่มถึงกับไปเรียนรู้วิธีชงกาแฟโดยตรงมาจากร้านกาแฟร้านหนึ่ง ทุกอย่างในร้าน ทั้งหนังสือ กลิ่นกาแฟ โต๊ะ เก้าอี้ทุกตัว ผ่านการบรรจงเลือกสรรมาจากผู้เป็นเจ้าของร้านทั้งสิ้น บรรยากาศเหล่านี้ก็ยังไม่เลือนหายไป เมื่อย้ายมาบ้านใหม่ หากแต่ทุกสิ่งไม่ได้เหมือนเดิมเสียทีเดียว แน่ล่ะ...ก็การเดินทางครั้งใหม่นี่นา เมื่อสองอาทิตย์ก่อนฉันแวะไปเยี่ยมบ้านใหม่ ย่านผ่านฟ้าที่เปิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 49 เห็นหนังสือบางตาลง เห็นแกบอกว่า หนังสือถูก สำนักพิมพ์เรียกคืน ไปบ้าง เยอะเหมือนกัน (ด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ไม่ได้ถามต่อ เพราะไม่รู้จักแกส่วนตัว) และตัวร้านมีแค่ชั้นเดียว มีโต๊ะกินกาแฟเล็กๆ หนึ่งโต๊ะ วางอยู่กลางร้าน ระหว่างชั้นหนังสือสองข้าง ไม่มีมุมกาแฟชั้นสองที่มีโต๊ะเรียงรายสี่ห้าโต๊ะเหมือนแต่ก่อน ฉันเลยนึกไปถึงว่า กิจกรรมที่เป็นอีกหนึ่งกลิ่นอายอุ่นๆของร้าน อย่างวงเสวนาหรืองานเปิดตัวหนังสือ ที่เคยใช้พื้นที่ชั้นสองจัด อาจต้องเลือนหายไปโดยปริยายหรือเปล่า ? หลายคนบอกว่าใจหาย เมื่อได้ข่าวการเปลี่ยนแปลงของร้าน ฉันคิดว่ากับคนที่เป็นเจ้าของ เป็นผู้สร้างทุกสิ่งขึ้นมานั้น ยิ่งใจหายกว่าหลายเท่า สำหรับการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือ การยืนหยัดที่จะ'เดินทาง'ตามความตั้งใจต่อไป เดินทางไป กับร้านหนังสือที่เขารัก กับชีวิตที่เขาเลือกแล้ว การทำร้านหนังสือ คุณจะเข้ามาเพื่อหวังผลระยะสั้นมันไม่ได้อยู่แล้ว ผมยังรับตรงนั้นได้ ผมมองว่ามันเป็นความสุขที่ไม่ต้องผ่านเงิน ลดกิเลสลงหน่อย ได้ทำงานในบรรยากาศที่สร้างขึ้นมาเอง มันดีกว่าไปพยายามขวนขวายหาเงินเพื่อเอาเงินไปซื้อบางอย่าง มันยุ่งยาก (จาก www.student.chula.ac.thโดย พรชัย พงษ์สุกิจวัฒน์)
** ป.ล. อ่านสัมภาษณ์หลังย้ายร้านสดๆร้อนๆ ได้ในสารคดีฉบับที่257 เดือนกรกฎาคม 2549 คอลัมม์ บุคคลในข่าว
|