| พบสารก่อมะเร็งใน ... |
|
| ข่าว | ข่าวที่น่าสนใจ | | |||
|
นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สารอะคริลาไมด์ เป็นสารก่อมะเร็งและสารก่อการกลายพันธุ์ เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกรดอมิโนชนิดแอสพาราจีน และน้ำตาลรีดิวซิ่ง เช่น กลูโคสและฟลุคโตสที่อุณหภูมิเกิน 120 องศาเซลเซียส หรือใช้เวลาในการปรุงอาหารนานเกินไปจนอาหารมีความชื้นต่ำ มีผลให้อาหารมีสีน้ำตาล จากการศึกษาวิจัยของ Swedish National Food Administration พบการปนเปื้อนของสารนี้ในอาหารจำพวกแป้งที่ผ่านการปรุงด้วยความร้อนสูง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประเมินค่าความปลอดภัยของสารอะคริลาไมด์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงประเมินความเสี่ยงของคนไทยจากการได้รับสารอะคริลาไมด์ โดยเก็บตัวอย่างอาหารกลุ่มเสี่ยงจาก 5 ภาคทั่วประเทศ รวม 469 ตัวอย่าง มาวิเคราะห์พบว่าสารอะควิลาไมด์มีปริมาณสูงในผลิตภัณฑ์ที่มีมันฝรั่งเป็น ส่วนประกอบ เช่น มันฝรั่งชนิดแผ่นอบกรอบ เฟรนช์ฟราย ปริมาณที่พบสูงสุดอยู่ระหว่าง 2.68-3.78 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์จากเผือก เช่น เผือกฉาบชนิดแผ่น แท่ง พบสูงสุดระหว่าง 1.82-2.88 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบว่าพริกคั่วบดที่คนไทยนิยมใช้ปรุงอาหารพบสารอะคริลาไมด์ปน เปื้อนสูงสุดระหว่าง 0.451-6.067 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ จากการประเมินค่าปลอดภัยของสารอะคริลาไมด์โดยใช้ข้อมูลพิษวิทยาที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน พบว่าหากใช้ค่าที่ทำให้เกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลองจะได้ค่าปลอดภัยของสารดัง กล่าวเท่ากับ 2 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งจากการศึกษาพบคนไทยจะได้รับสารอะคริลาไมด์เฉลี่ย 0.50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 25 ของค่าปลอดภัย นายมงคล เจนจิตติกุล ผอ.สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กล่าวว่า จากข้อมูลการบริโภคอาหารของคนไทย พบว่าคนไทยในช่วงอายุ 16-19 ปี บริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่มีความเสี่ยงต่อสารอะคริลาไมด์สูงกว่าคน ช่วงอายุอื่น จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูงจนอาหารเป็นสีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล และควรบริโภคอาหารให้หลากหลาย.ที่มา : ไทยรัฐ วันที่ 15 พค 2553
|

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |