| ฝันร้ายไม่เคยจางหาย |
|
| บทความ | บทความน่าสนใจ | | |||
|
แต่ผมทำไม่สำเร็จ ฝันร้ายตามมาหลอนผมตลอดเวลา นึกขึ้นมาทีไร ผมก็เสียใจทุกครั้ง ผมบอกภริยาเมื่อเช้านี้ว่า ผมจะร้องไห้ ผมทนไม่ได้ ผมบอกภริยาว่า ...สังคมไทยไม่น่าเดินมาถึงจุดนี้เลย ผมไม่โทษคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมไม่โทษแกนนำคนเสื้อแดง ผมไม่โทษคุณทักษิณ ชินวัตร ผมไม่โทษคุณทหารที่ลั่นกระสุนเข้าใส่ประชาชน ผมไม่โทษพวกบ้าคลั่งที่วางเพลิงเผาความศิวิไลบนถนนราชประสงค์ ผมเห็นว่า พวกเราต้องโทษตัวเอง ที่ปล่อยให้สังคมไทย เดินเข้าสู่กับดักแห่งความรุนแรง และความสิ้นหวัง ผมอยากบอกว่าพวกเราทอดทิ้ง คนจนไว้เบื้องหลังนานเกินไป นานจนช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันลิบลับ ชนชั้นนำเงินเดือน 6 หลัก ดื่มไวน์ ขวดละหมื่นบาท ขณะที่คนงานได้รับค่าแรงวันละ 200-300 บาท บริษัทชั้นนำ ใยดีสังคม แค่การทำ Corporate Social Responsibility (CSR) แบบผักชีโรยหน้า ทำกิจกรรมเพื่อให้เป็นข่าว แย่กว่านั้นก็คือ รูปแบบสังคมสงเคราะห์ แจกไปเรื่อย เราอยู่ในสังคมที่ฉีกยิ้มใส่กันแล้ว พูดจาภาษาดอกไม้ ใครๆ ก็ชอบพูดว่า ... รู้รักสามัคคี.. หยุดความรุนแรง ..หยุดทำร้ายประเทศไทย มันไม่พอหรอก(ครับ) แค่นั้น จริงๆ แล้ว คุณทำได้มากกว่านั้นมาก แต่คุณก็เลือกที่จะเอามือใส่กระเป๋า คุณเลือกที่จะจ่ายแต่น้อยๆ เพื่อให้ได้ภาพใหญ่ๆ ก็พวกเรามันเห็นแก่ตัว (ไงครับ) แล้วพวกเราหลอกตัวเองว่า พวกเราใจบุญ เป็นคนดี เป็นคนมีจิตใจที่ดีงาม รักเด็ก รักสิ่งแวดล้อม และรักคนจน แต่มันไม่พอหรอก(ครับ) คุณต้องลงทุน คุณต้องจ่าย คุณต้องเสียสละ คุณต้องอุทิศตนเพื่อสังคมไทยที่แตกต่างราว "ฟ้ากับเหว" มากกว่านั้น หลายทศวรรษที่ผ่านมา พวกเรา ช่วยกัน เตะคนจน ออกไปจากวงศ์ไพบูลย์ของพวกเรา ทัศนคติที่คนเมือง มอง คนรากหญ้าไม่เคยเปลี่ยน เช่น พวกนี้โง่ พวกนี้ควาย พวกนี้เอาเงินฟาดหัวได้ พวกเรา ประณาม ประชาธิปไตยของคนรากหญ้าว่า พวกประชาธิปไตยแค่ 4 วินาที รับเงินแล้วก็หย่อนบัตรเลือกตั้ง พวกเรา มองคนคิดต่างจากเราว่า พวกนี้มันเป็นทาสเงินของทักษิณ แล้วเป็นไง(ครับ) ที่สุด ความศิวิไล ของพวกเราก็ถูกเผา พวกเรา ตกอกตกใจ ขวัญเสียที่เซ็นทรัลเวิล์ด สวรรค์ของพวกเรา ถูกพวกมันเผาเสียราบ หลายคน ร้องไห้ โกรธและเกลียด ...ไอ้พวกเลว ไอ้พวกขี้ครอก ไอ้พวกเถื่อน ขอโทษ (ครับ ) คุณจะโหยไห้ หาพระแสอะไร ก็ในเมื่อ พวกเราทุกคน ล้วนเป็นต้นเหตุแห่งวิกฤต ผมโชคดีกว่าคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาก ๆ เพราะผมเดินไปจ่ายตลาดได้ทุกเช้า ผมเดินคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ผมมีเพื่อนมากกว่าคุณมาร์ค หลายเท่า ผมนั่งซดกาแฟ กินข้าวแกง คุยกับชาวบ้าน ชาวตลาดทุกวัน เช้าวันที่ 20 พฤษภาคม หลังการล้อมปราบ ผมเดินไปตลาดเหมือนเช่นทุกวัน ผมได้ยินเสียงชาวบ้าน พูดว่า "มัน โหดร้าย ฉิบ... ยิงปืนใส่ประชาชน" นี่ไง ครับ ผมถึงว่า ผมไม่โทษใคร ผมโทษตัวเองที่ปล่อยให้สังคมเลวร้ายลงไปทุกวัน.
ขุนสำราญภักดี ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ | 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:50:26 น.
|
| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |