Menu
Joomla Just for Sharing - Joomla Club Templates and Extensions
ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษยำใหญ่พิษภัยทีวีต่อเด็ก อีเมล
บทความ
tv_kidsyukiเดลิเมล์ - ผู้เชี่ยวชาญยำใหญ่พิษภัยจากการปล่อยให้เด็กดูทีวีมากเกินไป ซึ่งมีทั้งชักนำโรคอ้วน สายตาสั้น อาการนอนไม่หลับ ภูมิต้านทานโรคลดต่ำ ไปจนถึงการแตกเนื้อหนุ่ม/สาวก่อนวัย โรคออทิสซึมและอัลไซเมอร์

ดร. เอริก ซิกแมน ที่ศึกษารายงานวิชาการ 35 ฉบับ กล่าวว่าการค้นพบนี้บ่งชี้ว่า โทรทัศน์เป็น เรื่องอื้อฉาวทางสุขภาพที่ถูกปกปิดเป็นความลับมากที่สุดแห่งยุคสมัย

ดร. ซิกแมนกล่าวหาภาครัฐที่ละเลยความเชื่อมโยงระหว่างทีวีกับผลลบมากมาย ที่เกิดกับเยาวชน เช่น ขัดขวางพัฒนาการความก้าวหน้าในโรงเรียน และถ่ายทอดสุขภาพย่ำแย่ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ดังนั้น รัฐบาลควรกำหนดให้การจำกัดเวลาการดูทีวีของเด็กๆ เป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ เพื่อยกระดับภาวะ ที่เป็นสุขของเยาวชน และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข

รายงาน ของดร.ซิกแมนที่อิงกับผลสำรวจภายในอังกฤษยังระบุว่า เฉลี่ยแล้วเด็กจะเริ่มใช้เวลาดูทีวีตลอดทั้งปีเมื่ออายุ 6 ขวบ และกว่าครึ่งของเด็กอายุ 3 ขวบมีทีวีในห้องนอน

ดร. ซิกแมนจากบริติช ไซโคโลจิคัล โซไซตี้ เสริมว่าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีไม่ควรดูทีวีเลย ส่วนเด็กที่โตกว่านั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรพิจารณาเรื่องการดูทีวีของเด็กอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ เด็กอายุระหว่าง 3-5 ขวบควรดู ?รายการดีๆ มีคุณภาพ? ไม่เกินวันละครึ่งชั่วโมง และเพิ่มเป็น 1 ชั่วโมงสำหรับเด็กอายุ 5-12 ขวบ และ 1 ชั่วโมงครึ่งสำหรับวัยรุ่น

นอก จากจะมีรายงานเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ไม่กี่วันว่า เด็กอังกฤษไม่มีความสุขและมีสุขภาพอ่อนแอที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ดร.ซิกแมนสำทับว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดที่เด็กอังกฤษได้ชื่อว่าดูทีวีมากที่สุดใน ยุโรปด้วยเช่นกัน

การดูทีวี ไม่ว่ารายการรูปแบบใด มีความเชื่อมโยงมากขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาและกระบวนการคิดในทางลบ และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้ เนื่องจากในเอกสารของทางการ ไม่เคยมีการพาดพิงถึงทีวีเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก

การปล่อยให้เด็กดูทีวีพร่ำเพรื่อต่อไปถือเป็นการสลัดทิ้งความรับผิดชอบในการเป็นพ่อแม่คน


รายงาน ของดร.ซิกแมน ซึ่งตีพิมพ์อยู่ในวารสารไบโอโลจิสต์ ระบุว่า การดูทีวีมากเกินไปมีความเกี่ยวพันกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ส่งเสริมโรคอ้วน และกระทั่งทำให้ภูมิต้านทานโรคต่างๆ ลดลง

การ ดูทีวียังส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง เนื่องจากไม่มีการกระตุ้นให้สมอง ใช้ความคิดตรึกตรองเหมือนการอ่านหนังสือ รวมถึงมีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคสมาธิสั้น

การศึกษาระยะยาวในนิวซีแลนด์ที่ติดตามผลเด็กตั้งแต่แรกเกิด ได้ข้อสรุปว่า การดูทีวีมากเกินไปขณะเป็นเด็ก เกี่ยวโยงกับโอกาสประสบความสำเร็จทางการศึกษาที่ลดต่ำลงเมื่ออายุ 26 ปี

ขณะ ที่การศึกษาของอิตาลีพบว่า เด็กที่ไม่ค่อยได้ดูทีวี มีระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยชะลอการเจริญเติบโตทางเพศ สูงกว่าเด็กที่ดูทีวีบ่อย

อนึ่ง รายงานของดร.ซิกแมนจำแนกพิษภัยของทีวีต่อเยาวชนไว้ละเอียดลออถึง 15 ข้อดังนี้

  • โรคอ้วน เนื่องจากมีการออกกำลังกายน้อยมาก
  • แสงจากทีวียับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน
  • ภูมิคุ้มกันโรคลดลง การที่เมลาโทนินลดลงอาจทำให้มีโอกาสเพิ่มขึ้น ที่จะเกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ดีเอ็นเอ ซึ่งทำให้เกิดมะเร็ง
  • โตเป็นสาว/หนุ่มก่อนวัย ซึ่งเกี่ยวโยงกับการลดลงของเมลาโทนินเช่นเดียวกัน
  • มีปัญหาในการนอนหลับ เนื่องจากความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ของรายการทีวี
  • โรคออทิสซึม หรือความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสังคม ภาษา การสื่อความหมาย พฤติกรรมอารมณ์ และจินตนาการ เกิดจากการขาดการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น
  • ไขมันในร่างกายเพิ่ม เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเลปติน และเกรลินที่ผลิตไขมัน และกระตุ้นความอยากอาหาร
  • ขาดสมาธิ เนื่องจากการพัฒนาเซลล์สมองที่ควบคุมช่วงความสนใจบกพร่อง
  • มีปัญหาในการอ่าน ผลจากการขาดสิ่งกระตุ้นสติปัญญาขณะเป็นเด็ก
  • เบาหวานประเภท 2 จากการกินอาหารแคลอรีสูงระหว่างดูทีวี
  • คลื่นที่แผ่ออกมาจากทีวีมีความเกี่ยวพัน กับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ภูมิคุ้มกันบนผิวหนัง
  • ทำให้คอเลสเตอรอลเพิ่ม เนื่องจากเด็กไม่ค่อยทำกิจกรรมอื่น นอกจากนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี
  • การดูทีวีอาจทำให้กระบวนการเผาผลาญ อาหารช้าลงกว่าการไม่ทำอะไรเลย
  • สายตาสั้น
  • การดูทีวีมากๆ ทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์
ที่มา : ข้อมูลข่าวโดย วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2550

blog comments powered by Disqus
28.gif
turnooftv_turnonlife

Comments

logo footer   We can change the world everyday.- \\(^3^)//
เรามี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท
มาร่วมเป็นแฟน wechange555.com
ติดตามเรา
คลิ๊ปวีดีโอต่างๆ