| บทเพลงของคนมีพ่อ มีแม่ และมีบ้านอยู่อยุธยา |
|
| Art for change | เพลงเปลี่ยนโลก | | |||||||||
|
ในปัจจุบันมีเพลงจำพวกหนึ่งได้รับการเปิดคลอ เพื่อให้เราทำกิจกรรมอื่นได้อย่างรื่นรมย์ และสบายใจ ซึ่งส่วนใหญ่ หาฟังง่ายราวกับหิวก็เดินเข้าเซเว่น-อีเลฟเว่น กับเพลงอีกจำพวกหนึ่งที่เปิดไว้ให้เราตั้งใจฟังคล้อยตามจนไม่ต้องทำอย่าง อื่น เพราะอยากจะร้องตาม วาดจินตนาการ และตั้งคำถามกับชีวิต
บทเพลงของ มาโนช พุฒตาล น่าจะอยู่จำพวกหลัง ตั้งแต่อัลบั้มในทรรศนะของข้าพเจ้า เมื่อปี ๒๕๓๙ ถ้ายังจำกันได้ โลกสมมุติ ชวนเราถามหาสัจจะ ในขณะที่คนเดินตามกันเข้าวัดเข้าโบสถ์เพราะเชื่อว่าจะได้บุญและขึ้นสวรรค์ ขณะที่บางบทถ้อยใน ลำธาร ก็ยังก้องกังวาลอยู่ แม้ความจริงแม่น้ำลำธารจะเหือดแห้ง และกลายเป็นถนนหนทางเต็มบ้านเต็มเมือง
ผ่านไปสิบสองปี นักดนตรี โปรดิวเซอร์ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ เลือกปั้นวัยรุ่นให้ออกทีวีก่อนแล้วค่อยสอนร้องเพลง ศิลปินร็อกหันไปเล่นหนังและขี่มอเตอร์ไซค์เมื่อตัวเองเริ่มโด่งดัง ส่วนเพลงแนวเค-ป็อป หรือเจ-ป็อป ยั่วยวนให้หนุ่มสาวแต่งเติมเสริมอ๊อฟชั่น เน้นทรงผมและเสื้อผ้าให้มากกว่าเนื้อหาในบทเพลง แต่สำหรับมาโนช พุฒตาล ชายวัยห้าสิบต้นๆ บุตรของนายเฉลียวกับนางอำไพ ยังใส่เสื้อเชิ้ตยับๆ พับแขนขึ้นมาเท่าข้อศอกเหมือนเดิม เขาเลือกใช้กีตาร์โฟล์คตัวเดียว เล่น และเล่าเรื่องที่อยุธยาบ้านเกิด ไปพร้อมๆ กัน ส่วนแอคชั่น ท่วงท่าของคนดนตรีอย่างเขายังสมจริงทุกครั้งที่เล่นสดบนเวที เมโลดี้กีต้าร์ส่งเสียงหวานใส ช้า แต่ไม่อืดอาด ตัวโน้ตแต่ละตัวผลัดกันโชว์ความโดดเด่น เหมือนเล่นกันเป็นทีม แต่ก็มีลีลาเฉพาะตัว
ในบทเพลง เขาเล่าว่าสมัยที่บ้านของเขายังพายเรือกันอยู่ ตรงหลังบ้านมีต้นมะขามยักษ์ใหญ่ ที่ปู่ย่าตายายบอกว่าอยู่มาเป็นร้อยปี ถึงฤดูที่นกบินมาก็จะมาอาศัยต้นมะขามนี้ แต่มีอีแร้งอยู่ตัวหนึ่งที่จะมาให้เห็นทุกปี เหมือนเป็นเพื่อนเรา แต่พอเริ่มมีถนนเข้ามา วันหนึ่งอีแร้งก็หายไปไม่มาให้เห็นอีกเลย "สุดท้ายเราเลิกพายเรือ พี่ผมคนโตซื้อรถสองคัน อาข้างบ้านซื้ออีกคันหนึ่งรถเริ่มเยอะ ที่บ้านเลยตัดสินใจโค่นต้นมะขามเก่าแก่ต้นนั้นทิ้ง แล้วจัดการเทปูนคอนกรีตทำเป็นลานจอดรถ" เขาเล่า
บางช่วง ดนตรีทำหน้าที่คล้ายรถโดยสาร รับผู้คนจากอยุธยาริมแม่น้ำ เดินทางมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง ทุ่งข้าวเขียวโล่งไกลสุดลิบตา กลับกลายเป็นฐาน ปักป้ายโฆษณาใหญ่ เวิ้งฟ้าถูกบดบังมิดชิดด้วยคอนโดมิเนียมหรู เสียงเครื่องยนต์กลบบทเพลงของมาโนชให้เงียบหายไปชั่วขณะ แล้วในวันหนึ่ง พื้นที่ที่ผู้คนเคยแบ่งกันยืน กลับหดแคบลงตามอารมณ์และสถานการณ์บ้านเมือง "พวกเขาหรือพวกเรา" บางคราวก็ก้าวร้าวรุนแรงหยาบคายคล้ายหมาบ้า ทว่าบางทีกลับหดหู่ ใจฝ่อ และหวาดกลัว เมื่ออยู่คนเดียว ปัจจุบันและอนาคตอาจคือรูปลักษณ์ของความอดทนเพื่อความหวัง หากแต่เมื่อไร้อดีตที่เชื่อมโยงได้ ปัจจุบันก็อาจดูบางเบา กับอนาคตแล้ว ยิ่งดูลางเลือน...วันนี้ เวลานี้ ที่นี่ เกิดอะไรขึ้น?
"อยุธยา คันไถไม่มีควายผูก น้ำไหลแต่ปลาไม่อยู่อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน จิตใจยังอาวรณ์ อยุธยา..." บทเพลงของมาโนช พุฒตาล ลอยกลับมาในสายลมร้อน และคงจะดีหากเพลงแห่งรากเหง้าของเขาได้ถูกนำเอาไปเปิดบนเวทีปราศรัยทางการเมืองอันกร้าวกระด้างนั่นบ้าง เพราะอาจจะทำให้คนที่ชอบใช้กำลังได้หยุดแหกปากโวยวาย หันมาร้องตามวาดจินตนาการ และตั้งคำถามกับชีวิตว่าอะไรคือสิ่งสวยงาม ปริทัศน์ MUSIC | ปาจารยสาร ปี 2552
|
|||||||||

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |