Menu
Joomla Just for Sharing - Joomla Club Templates and Extensions
นี่ไม่ใช่การต่อต้านทีวี อีเมล
บทความกิตติชัย งามชัยพิสิฐ

tvturnoff3_logoนับแต่โทรทัศน์ขาวดำถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาในประมาณปี 1925 จนกระทั่งแพร่หลายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แทบทุกบ้านจะต้องมีโทรทัศน์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ทุกๆ หัวค่ำ สมาชิกในครอบครัวต่างก็มานั่งดูโทรทัศน์เพื่อรับข่าวสารและชมรายการบันเทิงใหม่ๆ

ในประเทศไทย
จุดเริ่มต้นโทรทัศน์เกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ที่เขียนจดหมายด้วยลายมือตนเองถึงอธิบดีกรมโฆษณาการลงวันที่ 29 มิถุนายน2493 เพื่อให้ดำเนินการเรื่องการนำโทรทัศน์เข้ามาในประเทศไทย โดยหลังจากนั้นก็ได้มีการติดต่อสมาคมว่าด้วยการศึกษาและวัฒนธรรมของสหประชาชาติ และบริษัท อาร์ซีเอ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติด้านการสื่อสาร

ประเทศไทยเริ่มมีการแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดย บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด แพร่ภาพทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ช่อง 4 จาก วังบางขุนพรหม
การนำโทรทัศน์เข้ามาในช่วงนั้น เป็นเหตุมาจากการที่สถานการณ์ทางการเมืองที่มีความขัดแย้งกันสูง รัฐบาลถูกหนังสือพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก รัฐบาลจึงต้องจัดหาสื่อชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิทยุกระจายเสียงที่เคยเป็นกระบอกเสียงให้รัฐแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งในยุคนั้นรัฐบาลอังกฤษก็ใช้โทรทัศน์เป็นสื่อในการต่อสู้กับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐจากวิทยุเช่นกัน และยังใช้ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมของการเป็นชาติอีกด้วย???? โทรทัศน์เป็นผลผลิตจากสังคมทุนนิยมและรัฐชาติ โดยมีปัจจัยทางเทคโนโลยีเป็นตัวกำเนิด และแพร่หลายจากความต้องการใช้สื่อของอุดมการณ์ในการผลิตซ้ำและถ่ายทอดโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของผู้กุมอำนาจรัฐในยุคนั้น ซึ่งก็คืออุดมการณ์แบบทุนนิยมนั่นเอง


วัฒนธรรมมวลชน
คนบางคนดูโทรทัศน์ได้ทั้งวัน ดูได้แทบทุกช่อง บางคนเปิดไว้แต่ดูบ้างไม่ดูบ้าง เดินไปเดินมา ทำงาน เดินผ่านไปมา เปิดโทรทัศน์เป็นเพื่อน ไม่รู้จะทำอะไรก็เปิดโทรทัศน์ ไม่มีอะไรดูก็กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ โทรทัศน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปโดยไม่รู้ตัวบางคนพูดคุยถึงรายการโทรทัศน์ ทั้งข่าว ละคร รายการต่างๆ กลายเป็นหัวข้อสนทนาประจำวันทุกวัน ดูราวกับโทรทัศน์ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้แต่ละคนต่างเชื่อมโยงกันได้
ดูเผินๆ นั่นก็เป็นสิ่งดีที่ทำให้คนเราสัมพันธ์กัน แต่หากมองผ่านพฤติกรรมเหล่านั้นเข้าไปถึงเบื้องหลังของมัน นั่นหมายถึงการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันผ่านสิ่งที่ถูกกำหนดมาจากที่ใดที่หนึ่ง โดยกลุ่มคนเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ควบคุมการผลิตรายการ และแพร่สัญญาณเท่านั้น

ระบบโครงข่ายโทรทัศน์เป็นระบบที่ดูเผินๆ แล้วเหมือนกับว่ามันเปิดกว้างสำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่แท้ที่จริงมีข้อจำกัดที่ปิดกั้นโอกาสของคนบางพวกมาตั้งแต่ต้นแล้ว มันจึงเป็นเพียงภาพลวงที่ล่อหลอกไว้อย่างสวยงาม
การทำงานของโครงข่ายระบบโทรทัศน์ แบ่งเป็นผู้ผลิตรายการ สถานีส่งสัญญาณ และเครื่องรับโทรทัศน์ ภายใต้ระบบนี้ การจัดการจะรวมศูนย์อยู่ที่สถานีก่อนจะกระจายไปสู่เครื่องรับ

ถ้าโลกนี้มีโทรทัศน์อยู่เพียงเครื่องเดียวมันก็ไม่อาจมีผลอะไรได้มาก แต่พลังของมันประกอบไปด้วยสถานีส่งสัญญาณซึ่งถูกผูกขาดโดยรัฐอยู่ไม่กี่ช่อง ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานรัฐ และเครื่องรับโทรทัศน์จำนวนมากมายมหาศาล มันคือโครงข่ายของความสัมพันธ์แบบรวมศูนย์ที่ถูกจัดการอย่างเป็นระบบ

วิธีคิดของรัฐผู้ควบคุมสถานีคือควบคุมเนื้อหาและทิศทางของโทรทัศน์ให้สอดคล้องกับความมั่นคงของรัฐและชาติ วิธีคิดของผู้ผลิตคือทำอย่างไรให้คนนิยมรายการของพวกเขามากที่สุด นั่นหมายถึงไม่ได้จำเป็นต้องเป็นรายการที่ดี แต่ต้องถูกใจคนจำนวนมากๆ ที่รับสัญญาณ นั่นคือความหมายของสื่อมวลชนภายใต้อุดมการณ์แบบทุนนิยมที่มุ่งเน้นกำไรมากกว่าปัญญา และนี่จึงเป็นที่สิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมมวลชน อันเป็นวัฒนธรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มันตอบสนองความชอบของมวลชนให้มากที่สุด เพื่อควบคุมความคิดและพฤติกรรมของมวลชนให้เอื้อประโยชน์แก่ผู้สร้างวัฒนธรรมให้มากที่สุด
วัฒนธรรมแบบคนชั้นกลางอาจไม่ได้เลวร้ายในตัวของมันเอง แต่การกำหนดวัฒนธรรมแบบไม่เท่าเทียมกันนี้ได้สร้างสังคมที่มีวัฒนธรรมเชิงเดี่ยวขึ้น ในขณะที่แต่ละวัฒนธรรมต่างมีลักษณะจำเพาะในแต่ละพื้นที่ ถ้าหากสังคมใดมีการครอบงำทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นย่อมเกิดความขัดแย้งในมิติต่างๆ ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การผูกขาดทางวัฒนธรรมมิได้มีลักษณะเป็นเผด็จการในรูปแบบเก่าๆ อย่าง ?แกจะต้องคิด เชื่อและทำในสิ่งที่ฉันบอก มิฉะนั้นจะต้องถูกลงโทษ? แต่แปรเปลี่ยนไปจากการควบคุมร่างกายมาเป็นการโจมตีความคิดและควบคุมจิตใจแทนคือ ?แกมีอิสระที่จะคิด เชื่อและทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าแกทำเช่นนั้น แกจะเป็นคนนอกสำหรับพวกฉัน?


Power_Of_Tvทำไมโทรทัศน์จึงมีพลัง
ภายใต้ระบบการผลิตแบบสายพานที่แบ่งคนตามหน้าที่อย่างตายตัว และโครงสร้างในสังคมที่มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ ได้แบ่งแยกผู้คนออกเป็นส่วนๆ ปัจเจกชนตกอยู่ในภาวะที่แปลกแยกจากงานตนเองและคนอื่นๆ การงานก็เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อนำไปสู่เงิน ความแปลกแยกสร้างความเครียด เรารังเกียจทั้งงานและตนเองที่ทนทำมันไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน กิจกรรมบันเทิงที่สร้างความผ่อนคลายได้อย่าง ?รวดเร็ว? จึงกลายเป็นสินค้าที่ผู้คนแสวงหา กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากความผิดปกติของโครงสร้างการผลิต

โทรทัศน์คือความบันเทิงที่รอเราอยู่ที่บ้าน ความบันเทิงอื่นถึงอย่างไรก็ต้องเสียเวลาเสียเงินมากกว่า? ภาพเคลื่อนไหวภายในกรอบสี่เหลี่ยมเชื่อมโยงเราไปสู่เรื่องราวมากมาย เปิดโลกใหม่ๆ ได้รู้เรื่องราวของคนอื่นๆ และส่วนสำคัญที่ทำให้โทรทัศน์มีพลัง คือ การทำให้ผู้ดูได้ดูอะไรเหมือนๆ กัน เรื่องราวต่างๆ ที่เผยแพร่ผ่านโทรทัศน์จึง??? ?เสมือน?สิ่งเชื่อมโยงให้ผู้คนในสังคมต่างมีบางอย่างร่วมกัน ความเหงาถูกบรรเทาเยียวยา ด้วยความรู้สึกว่าเรามีอะไรเหมือนๆ กัน? โทรทัศน์ได้สนองความต้องการพื้นฐานบางอย่างในความโหยหาของเรา ใน ๔ ด้านคือ ความเสมือนจริง ความแปลกใหม่ ความต้องการตอกย้ำความเชื่อ และความเพ้อฝัน
ชุดของความเชื่อต่างถูกนำเสนอเข้ามาในเนื้อหาของรายการต่างๆ ทีละน้อย จนกระทั่งเราคิดว่ามันเป็นความจริงที่ใครๆ เขาก็ยึดถือกัน หลังจากนั้นมันก็จะค่อยๆ เน้นย้ำจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา เราจะรู้สึกปลอดภัยเมื่อรู้ว่าใครๆ ก็คิดกันอย่างนี้

กลไกทั้งสี่ของการนำเสนอเรื่องราวผ่านจอตอบสนองความต้องการผ่อนคลาย ความแปลกใหม่ และความเหงาของเรา เพียงไม่กี่นาทีเราก็สามารถติดตรึงและจมจ่อมอยู่กับเรื่องราวในกรอบสี่เหลี่ยมได้ไม่รู้จบ ทำให้นิ้วโป้งของเราต้องกดรีโมตวนไปมา หรือไม่ก็ต้องเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อนถึงจะไม่ได้ดูก็ตามที


ถึงเวลาประกาศอิสรภาพ

หลายคนบอกว่าเราไม่ควรปฏิเสธโทรทัศน์ไปเสียทั้งหมด เพราะเราก็เห็นกันอยู่ว่าบางรายการก็มีเนื้อหาที่ดี และยังต้องติดตามข่าวสารอยู่ หรือเราก็อาจจะต้องรวมพลังผู้บริโภคเพื่อทำให้ผู้ผลิตทำรายการที่ดีกว่านี้
ถ้าอย่างนั้นอาจจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาถกเถียงกัน ถึงปัญหาที่ยากจะลงตัวว่าเทคโนโลยีมีปัญหาในตัวของมัน และหากลองมองจากมุมของฝ่ายที่มองว่าเทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์ โครงสร้างของระบบโทรทัศน์ ถูกออกแบบมาเพื่อการจัดการอย่างรวมศูนย์ ต้องใช้การระดมทรัพยากรจำนวนมากในการขับเคลื่อน ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเข้าไปกุมการขับเคลื่อนมันได้ แต่จะต้องเป็นผู้มีอำนาจมากพอที่จะสามารถระดมทรัพยากรจำนวนมากนั้นได้
นอกจากนั้นโทรทัศน์ยังเป็นระบบการสื่อสารแบบทางเดียวที่ทรงพลัง และผู้ยึดกุมอำนาจการสื่อสารทางเดียวสามารถสร้างอำนาจเหนือได้อย่างผูกขาด? แล้วใครล่ะที่ควรจะมารับสิทธิในการผูกขาดอำนาจนี้? ข้อเสนอที่จะเข้าไปปรับปรุงโทรทัศน์จึงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ สำหรับฝ่ายที่มองว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นกลางมาตั้งแต่ต้น? โทรทัศน์กำเนิดขึ้นมาจากเทคโนโลยีอันซับซ้อน โครงสร้างที่รวมศูนย์ของมันตอบสนองต่อความต้องการควบคุมจากที่ใดที่หนึ่ง ดังนั้นการพยายามควบคุมโทรทัศน์เท่ากับพยายามควบคุมคนในสังคม?? ณ ปัจจุบัน ผู้มีอำนาจต่างพยายามเข้าไปควบคุมระบบการสื่อสารรวมทั้งระบบโทรทัศน์

ระบบอันบิดเบี้ยวนี้ถูกตอกย้ำอยู่ทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิต? การที่ระบบเลวร้ายดำรงอยู่ได้ไม่ใช่เพราะมันเป็นระบบที่ดีโดยตัวของมันเอง แต่มันอยู่ได้เพราะวันนี้เราสร้างมันขึ้นมาเอง เราใช้ชีวิตอย่างที่ระบบออกแบบมา เราไม่รู้จักระบบอื่นๆ ทั้งออกจากจะหวาดกลัวหากต้องพรากจากมันไป เราเรียนในสิ่งที่ระบบควบคุมให้เป็น เรากินสิ่งที่ระบบจัดหา เราทำงาน คิด และทำอย่างที่ระบบต้องการ

ถ้าวันนี้เราไม่สร้างระบบ เราก็จะไม่มีระบบนี้อีกต่อไป เราอาจถูกสร้างมาจากระบบ แต่เราเลือกที่จะไม่สร้างมันต่อไปได้ เราสามารถหยุดมันได้ ปฏิเสธมันได้ เราหยุดความต่อเนื่องของมันได้ แต่เมื่อเราปฏิเสธที่จะผลิตซ้ำระบบ เราอาจต้องเผชิญกับความเปล่าเปลี่ยวจากอิสรภาพ เราอาจไม่รู้ว่าเราจะต้องทำอะไร อย่างไร ที่ไหน เราอาจต้องเผชิญกับคนรอบข้างที่ทำตนเสมือน ?ผู้ควบคุม? ระบบที่รายล้อมอยู่รอบตัวเรา

ในอีกทาง หลายคนอาจจะเอือมระอากับการต่อต้านหรือประท้วงแบบที่เคยเห็นกันมา? เอือมระอากับการจัดองค์กรเป็นรูปแบบขึงขัง แต่การรณรงค์ ?ปิดทีวี? เป็นการทดลองรูปแบบการสร้างความสัมพันธ ์เพื่อใช้อำนาจของแต่ละคนในการต่อสู้ทางวิถีชีวิต เราไม่จำเป็นต้องรอองค์กรจัดตั้ง ไม่จำเป็นต้องรอให้การเปลี่ยนแปลงมาถึง เราสร้างการเปลี่ยนแปลงมันได้ที่นี่เดี๋ยวนี้เลย

เริ่มต้นด้วยการปิดทีวีแล้วมีชีวิตที่ดี ใช้เวลาที่เคยใช้ไปในการดูรายการทีวีมาสร้างโลกใหม่ที่ดีงามด้วยกัน สร้างพลังของการขัดขืนขึ้นมาในตัวเรา ประกาศตนเพื่อเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ แล้วแผ่ขยายไปสู่การขัดขืนในมิติต่างๆ สร้างพลังของการสร้างสรรค์ใหม่ สร้างคุณค่าของเราเอง แล้วเชื่อมโยงสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อีกมากมายที่ปรารถนาจะสร้างสังคมใหม่ที่เกื้อกูลและเป็นธรรม

เอกสารประกอบการเขียน
สิริพร สมบูรณ์บูรณะ, บก. 2536. วารสารร่มพฤกษ์ ปีที่ 12 เล่ม 1
จอนห์น ฮอลโลเวย์. พัชณีย์ คำหนัก แปล. ?อำนาจและรัฐ? ใน วารสารฟ้าเดียวกัน ปีที่ 3 ฉบับที่ 3, 2548

blog comments powered by Disqus
38.gif
turnooftv_turnonlife

Comments

logo footer   We can change the world everyday.- \\(^3^)//
เรามี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท
มาร่วมเป็นแฟน wechange555.com
ติดตามเรา
คลิ๊ปวีดีโอต่างๆ