| ทุกวันฉันเปลี่ยนแปลงโลก |
|
| About | Concept | | |||
|
ในโลกความเป็นจริงถ้าเปรียบมนุษย์เป็นผีเสื้อแล้วอย่างน้อยๆก็เคยมีคนพิสูจน์มาแล้วว่าการกระพือปีกของเขาส่งผลให้เกิดพายุได้ เช่น เคยมีมนุษย์นายหนึ่งที่เมือง Bouler รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เคยประท้วงสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่างแม็คกรอฮิลล์ เมื่อสำนักพิมพ์ดังกล่าวกำลังจะเปิดร้านหนังสือที่เมืองนี้ ชาวเมืองเกิดความวิตกว่าถ้ามีสำนักพิมพ์ใหญ่เข้ามา ร้านหนังสือเล็กๆ คงไปไม่รอดแน่ ว่าแล้วนายคนนี้ก็นิ่งเฉยไม่ได้ ก่อนวันเปิดร้านหนังสือใหม่ นายคนนี้ก็เลยลงทุนแก้ผ้าล่ามโซ่ตัวเองไว้ที่หน้าร้านซะเลย นักข่าวเห็นเข้า ก็กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตไป อันนี้ก็เป็นพลังของคนคนหนึ่งที่ทำสิ่งๆเล็ก แต่สามารถส่งผลสะเทือนระดับสังคมได้ ด้วยเล็งเห็นพลังของปัจเจกในตัวทุกคน ทางสถาบันต้นกล้าจึงเกิดแนวคิดที่จะค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวแต่ละคน จึงได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการขึ้น โดยใช้ชื่องานอย่างน่าสนใจว่า “ทุกวันฉันเปลี่ยนโลก” เมื่อวันที่ 24 – 26 มิ.ย. 48 บ้านผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม จ.ฉะเชิงเทรา มีน้องๆจากสถาบันการศึกษาต่างๆให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 50 คน ด้วยสภาวะสังคมในปัจจุบันนี้มีปัจจัยหลายๆอย่าง ที่ปิดกั้นศักยภาพของแต่ละคน ทำให้ไม่สามารถแสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัวได้เต็มที่ ดังที่ เอก นักศึกมหาวิทยาลัยรามคำแหง บอกว่า “เป็นนักศึกษาอยู่ ต้องให้เวลากับการเรียน ก็เลยไม่มีเวลาที่จะออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคม ต้องลำดับความสำคัญของกิจกรรมก่อน” ไม่เพียงแต่จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาเท่านั้นที่เป็นข้อจำกัดในการที่คนหนึ่งจะออกมาทำอะไร แต่ยังมีเงื่อนไขทางสังคม และเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยกำหนดว่าเราควรหรือไม่ควรจะทำอะไร แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้นตัวเราเองที่กล้า และเชื่อมั่นศักยภาพที่มีอยู่ในตัวหรือเปล่า จนเราก็คงได้ยินคำพูดที่ว่า “เราเพียงคนเดียวจะทำอะไรได้” หรือ “เราเพียงคนเดียวจะไปช่วยใครเขาได้” จนชินชา สุดท้ายส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะนิ่งเฉยกับปัญหาต่างๆ มากขึ้นๆจนสังคมปัจจุบันกลายเป็นสังคมที่เงียบเฉย แต่ถ้ามีใครสักคนออกมาประกาศตัวที่จะทำกิจกรรมอะไรก็ตามเพื่อสังคม ก็ดูเหมือนจะมีอุปสรรคทุกขั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ เทคนิค ความรู้ที่จะสื่อสู่สาธารณะ จนหลายๆคนท้อและถอนตัวออกไปกลางคันก็มี แตกต่างจากการโฆษณาเชิญชวนของสินค้าแบรนด์เนมส์ไม่ว่าจะออกแคมเปญอะไรก็โดนใจคนและได้รับผลการตอบรับที่ดีเสมอ จนเจ้าของกิจการร่ำรวยกันมากมาย สวนทางกับกิจกรรมทางสังคมที่ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์แบบไหน กว่าจะได้แนวร่วมมาสักคนช่างเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญเหลือประมาณ สังคมในปัจจุบันจึงขาดแคลนอิฐก้อนแรกเป็นอย่างมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครที่ไม่เริ่มลงมือทำอะไรเลย จากการได้ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยกับพี่ๆและเพื่อนๆแม้จะมีเวลาเพียง 2 วัน 2 คืนเท่านั้น แต่ก็เป็น 2 วัน 2 คืนที่ให้ประสบการณ์ที่ดีๆกับน้องๆ ต่าย ว่าที่นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้สะท้อนประสบการณ์ในครั้งนี้ว่า “ทำให้ตัวเองได้เห็นศักยภาพของปัจเจก ที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ด้วยการเริ่มต้นทำสิ่งง่ายๆในชีวิตประจำวัน เช่น การไม่ใช้ถุงพลาสติก เลือกซื้อสินค้าทำมือ เป็นต้น“ นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมมันส์ๆ ทำง่ายๆที่น้องๆหลายคนเสนอว่ากลับจากงานนี้แล้วจะเริ่มลงมือทำ เช่น วา บอกว่าสนใจกิจกรรมการปั่นจักรยาน ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันที่น้ำมันแพงเป็นอย่างดี นอกจากจะประหยัดพลังงานแล้วยังประหยัดตังส์ในกระเป๋าอีกด้วย กิจกรรมอื่นๆที่น้องๆสนใจจะทำก็เช่น กิจกรมที่มีชื่อเก๋ๆว่า”ด้านหลังยังว่างอยู่” เป็นการเชิญชวนให้นำกระดาษหน้าเดียวกลับมาใช้อีก “กิจกรรมไม่ไกลก็เดิน” เพื่อลดการใช้พลังงาน เป็นต้น ถ้าการกระพือปีกของผีเสื้อพียงตัวเดียวจะส่งผลให้เกิดพายุได้ แล้วถ้าปัจเจกชน 50 คนออกปฏิบัติการทางสังคมพร้อมกันจะส่งผลสะเทือนได้ขนาดไหน
|

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |