| ทีวีกับมายาของความหลากหลายและประชาธิปไตยอำพราง |
|
| บทความ | |||
|
ทีวีเป็นเทคโนโลยีหรือเครื่องมือสื่อสารเพื่อการ เสพรับ อย่างเดียว เบื้องหน้าจอสี่เหลี่ยม บนเส้นทางการสื่อสารทางเดียว ผู้ดูจะทำหน้าที่เพียง คนดู ราวต้องมนต์สะกด มนตราจากจอสี่เหลี่ยมนับวันจะเพิ่มขนาดและนวัตกรรมใหม่ๆขึ้นทุกวัน ทำหน้าที่แทนผู้มีอำนาจชี้นำทางความคิด บอกกล่าว ส่งผ่านข้อมูลที่ผ่านการคัดสรรประดิษประดอยอย่างเหนือจริง ทั้งสมบูรณ์หมดจด(เกินจริง)และโสมมเกินเยียวยา(เกินจริง)?? เพื่อสนองประโยชน์แก่ผู้มีอำนาจควบคุม ซึ่งไม่ใช่เพียงคณะผู้บริหารช่อง แต่ยังคือบรรดานักการเมือง นายทหาร ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ เงื่อนไขทางธุรกิจ ฯลฯ ที่เกี่ยวพันหนุนเสริมค้ำจุนกันอย่างไม่แยกขาด อินเตอร์เน็ตอาจเข้ามามีอิทธิพลแทนทีวีในวันหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรทีวีก็คือความ ?คลาสสิก? ที่ทุกบ้านมีแต่ไม่ใช่ทุกบ้านที่มีอินเตอร์เน็ต ทีวีมีอำนาจกว่าวิทยุมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยลักษณะ ภาพเคลื่อนไหว ไม่ได้มีแค่เสียง การจ้องจอสี่เหลี่ยมตาไม่กระพริบ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของสมองหรือการขบคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลลดลง ในทางวิทยาศาสตร์ ให้คำอธิบายว่า เพราะสมองต้องการรับรู้ข้อมูลที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้น สมองเลยทำหน้าที่หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตาเห็น ในขณะที่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกายกลับอยู่ในภาวะสงบนิ่ง ![]() สิ่งนี้ส่งผลต่อการผลิตโฆษณา มิวสิกวิดีโอ กระทั่งการสร้างไอดอลแห่งยุคสมัย ซึ่งมักนำภาพที่บางครั้งแทบไม่เกี่ยวกันเลยมาตัดต่อเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการให้ผู้ดูถอนสายตาไปไม่ได้ แม้อาจจำเนื้อหารายละเอียดของสินค้านั้นๆไม่ได้ก็จริง แต่จะส่งผลต่อความคุ้นเคยกับสินค้ากระทั่งตัดสินใจเลือกซื้อ ดารา นักร้องก็ไม่ต่างกันในครรลองนี้ ต่างถูกนำเสนอด้วยเทคนิคที่รวดเร็ว ถี่ๆซ้ำๆ ภาพลักษณ์เหนือจริง กระทั่งสร้างความคุ้นเคยแก่คนดูได้ นอกนั้นในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสินค้า อรรถประโยชน์ ความสามารถในการแสดง การร้อง การเต้น ความคิดอ่าน ฯลฯ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว
เราควรเกลียดใคร รักใคร คิดอย่างไร เลือกอย่างไร ชอบสีไหน ฯลฯ ทีวีภายใต้อำนาจผู้บริหารและผู้อุปถัมป์ได้ตัดสินใจไว้ให้แล้ว ทั้งการสำรวจความเห็นหรือความนิยม การให้ส่งข้อความสั้นแสดงความเห็น ฯลฯ ล้วนไปไม่พ้นเรื่องธุรกิจและการสร้างภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งไม่อาจเรียกสิ่งนี้ได้ว่าประชาธิปไตยหรือการมีส่วนร่วม ![]() คุณส่งข้อความสั้นจากมือถือไปยังเบอร์ที่ขึ้นอยู่หน้าจอทีวี แต่เฝ้ารอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นข้อความของตัวเองเสียที แล้วก็คิดเอาว่ายังไม่ถึงเพราะคนส่งเยอะ แต่ความจริงแล้ว เมื่อคุณกดปุ่มส่ง ข้อความจะไปปรากฏที่คอมพิวเตอร์ในห้องสตูดิโอรายการก่อน เพื่อผ่านการคัดกรองเลือกสรรอย่างระมัดระวังจากเจ้าหน้าที่ ความเห็นของคุณก็เป็นแค่ความเห็นของคุณ แต่การตัดสินใจเป็นของรายการที่จะเลือกนำเสนอความเห็นที่ไม่ขัดกับผู้บริหารช่อง นายทุน และผู้มีบารมี กระบวนการสำรวจความนิยมรายการก็ดูเป็นประชาธิปไตยเสียเหลือเกิน เพราะมันน่าจะทำให้รายการห่วยแตกตายตกไปได้เสียทีด้วยไม่เป็นที่นิยมจากคนดู (แต่สิ่งที่เป็นไปกลับตรงข้าม) ทว่าการสำรวจเหล่านี้กลับผ่านบริษัทรับจ้างที่คิดค้นกระบวนการ นวัตกรรมการสำรวจที่ไม่เกี่ยวอะไรสักเท่าไหร่กับคุณภาพรายการ โดยในการสำรวจความนิยมรายการทีวีของสหรัฐฯ ทำให้คนเป็นสินค้าถึงขนาดที่ ใช้คอมพิวเตอร์แผ่นเล็กๆปะติดตัวสมาชิกในครอบครัว เอาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิแปะติดเก้าอี้และโซฟาที่อยู่หน้าจอทีวี เพื่อให้รู้แน่ๆว่ามีคนนั่งอยู่บนเก้าอี้จริง ใช้เครื่องอุลตราโซนิค ช่วยจำแนกให้รู้ว่าผู้ที่ดูโทรทัศน์อยู่เป็นใครในครอบครัว 1 ให้โอกาสตัวเองได้ทดลองสร้างช่องทางรับข่าวสารและการสื่อสารใหม่ๆ ช่องทาง หนทาง ที่คุณจะกำหนดและเลือกได้เอง เช่น การคุยกับคนรอบข้าง สัมผัสจากประสบการณ์จริง ลองทำ ฯลฯ การงดหรือปิดทีวีในช่วงเวลาหนึ่งจึงเป็นมากกว่าการปฏิเสธเทคโนโลยี แต่ยังคือการปฏิเสธการครอบงำจากทุน ระบบบริโภคนิยมที่ล้นเกิน และประชาธิปไตยจอมปลอมซึ่งหลอกล่อเรามานานแสนนานแล้ว และยังเป็นการเปิดชีวิตให้ได้เห็น สิ่งใกล้ ที่ไม่เคยมองเห็น รวมทั้ง สิ่งไกล ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอีกด้วย 1วิภา อุตฉันท์ ชำแหละโทรทัศน์อเมริกา สำนักพิมพ์ผู้จัดการ มิถุนายน 2545 หน้า 67
|

| กินเปลี่ยนโลก | สถาบันต้นกล้า | เยาวชนสืบสาน | ฟิ้วส์ | มะขามป้อม | เสมสิกขาลัย | iLaw | อาศรมวงค์สนิท |